บทที่ 4 กิจกรรมเชิงกัลยาณมิตร

เนื้อหาบทที่ 4 กิจกรรมเชิงกัลยาณมิตร : โครงการเชิงกัลยาณมิตร

  • 4.1 การจัดงานนิทรรศการ ทางก้าวหน้าŽ
  • 4.2 นิทรรศการทางก้าวหน้าแผ่ขยายไปสู่ระดับภูมิภาค
  • 4.3 การแข่งขันเล่านิทานชาดก
  • 4.4 วิวัฒนาการโครงการฯ ทางก้าวหน้าŽ จากอดีตถึงปัจจุบัน
  • 4.5 ช่วงที่ 1 ยุคที่การจัดสอบยังอยู่ในกรุงเทพมหานคร
  • 4.6 ช่วงที่ 2 ยุคที่การจัดสอบขยายตัวไปสู่ระดับภูมิภาค
  • 4.7 ช่วงที่ 3 งานประจำที่ขยายตัว
  • 4.8 ช่วงที่ 4 ปีที่ 17 เพิ่มเป็นหลักล้าน
  • 4.9 หนังสือที่ใช้อ้างอิง
  • 4.10 รางวัลและประกาศเกียรติคุณ
  • 4.11 ทางก้าวหน้า : ก้าวใหม่พาก้าวไกลไปสู่ระดับนานาชาติ ปี 2543 - 2544
  • 4.12 ผลดีที่เกิดขึ้นในการดำเนินโครงการฯ

แนวคิด

1.กิจกรรมที่ทำให้ผู้เข้าร่วม สามารถปรับปรุงและพัฒนาตนเองให้เป็นคนดีได้นั้น ถือว่าเป็น กิจกรรมเชิงกัลยาณมิตร

2.สื่อต่างๆ เช่น การจัดนิทรรศการ เป็นสื่อที่ให้ทั้งความรู้ ความเข้าใจและแบบอย่างในสิ่ง ที่ดีงาม สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตได้

3.การจัดนิทรรศการ เป็นผลดีทั้งคนจัดทำและผู้มาอ่าน

4.กิจกรรมหรือโครงการที่ทำให้ผู้เข้าร่วม สามารถปรับปรุงและพัฒนาตนเองให้เป็นคนดีได้นั้น ถือว่าเป็นกิจกรรมหรือโครงการเชิงกัลยาณมิตร

5.การจัดแข่งขันตอบปัญหาธรรมะ เป็นสิ่งที่ให้ทั้งความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนำมาใช้ ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตได้

6.การจัดแข่งขันตอบปัญหาธรรมะ เป็นผลดีทั้งคนจัดงานและผู้ร่วมแข่งขัน

วัตถุประสงค์

1.เพื่อแสดงให้เห็นลักษณะของการทำหน้าที่กัลยาณมิตรด้วยกิจกรรมจัดนิทรรศการ

2.เพื่อแสดงให้เห็นความสำคัญของการจัดนิทรรศการ

3.เพื่อให้ทราบถึงวิวัฒนาการของนิทรรศการจนขยายผลไปได้กว้างขวางมากขึ้น

4.เพื่อให้นักศึกษาทราบถึงความเป็นมาของการจัดโครงการเชิงกัลยาณมิตร ด้วยการจัดการ แข่งขันการตอบปัญหาธรรมะ ทางก้าวหน้าŽ

5.เพื่อให้ทราบวิธีการจัดการแข่งขันการตอบปัญหาธรรมะ

6.เพื่อแสดงให้เห็นผลที่เกิดจากการจัดการแข่งขันตอบปัญหาธรรมะ

ก. กิจกรรมเชิงกัลยาณมิตร : นิทรรศการทางก้าวหน้า1

การจัดนิทรรศการ ถือเป็นกิจกรรมเชิงการทำหน้าที่กัลยาณมิตรกิจกรรมหนึ่งที่สามารถจัดได้หลายสถานที่ โดยเฉพาะในสถาบันการศึกษา ทั้งนี้ ในสภาพสังคมปัจจุบันนี้มีกระบวนการในการนำ ศีลธรรมเข้าไปสู่หมู่เยาวชนในหลายรูปแบบ อาทิเช่น โครงการโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ โครงการพัฒนาเยาวชนภาคฤดูร้อนของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โครงการประกวดแต่งหนังสือธรรมะเรื่องหัวใจพระพุทธศาสนา โครงการค่ายศีลธรรมของท่านปัญญานันทภิกขุ โครงการปลูกฝัง ศีลธรรมแก่วัยรุ่นด้วยการปฏิบัติกัมมัฏฐานของวัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี โครงการจัดป้ายคติธรรมใน โรงเรียน โครงการจัดห้องจริยธรรมในโรงเรียน โครงการสามเณรใจเพชร ซึ่งโครงการตอบปัญหาธรรมะ ทางก้าวหน้าŽ ของชมรมพุทธศาสตร์สากลในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ก็เป็นอีกโครงการหนึ่ง ที่มุ่งปลูกฝังศีลธรรมให้แก่เยาวชนที่กำลังศึกษาอยู่ทุกระดับตั้งแต่ในระดับอนุบาล จนถึงระดับอุดมศึกษา โดยผ่านการตอบปัญหาธรรมะจากหัวข้อหลักธรรมในมงคลสูตร 38 ประการ โดยมีคณะกรรมการชมรมพุทธศาสตร์หลายสถาบันมาร่วมกันจัดงานนี้ จึงถือได้ว่าโครงการตอบปัญหาธรรมะ ทางก้าวหน้าŽ เป็นโครงการที่มีความตั้งใจอันแน่วแน่ ที่จะปลูกฝังศีลธรรมให้เกิดขึ้นในจิตใจของเยาวชนทุกระดับทั่วประเทศไทย ซึ่งได้ดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีแล้ว

แต่อย่างไรก็ตามในช่วงระยะแรกของการดำเนินงานโครงการนั้นคือ ตั้งแต่ครั้งที่ 1 ถึงครั้งที่ 8 โครงการตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้าเป็นเพียงกิจกรรมเสริมพิเศษส่วนหนึ่งของการจัดงานนิทรรศการทางก้าวหน้าเท่านั้น และเพิ่งได้มาเริ่มดำเนินโครงการอย่างเต็มรูปแบบ ในการจัดงานครั้งที่ 9 เป็นต้นมาโดยได้ยกเลิกรูปแบบการจัดบอร์ดนิทรรศการมงคลสูตร 38 ประการ ออกไปจากงานนิทรรศการทั้งหมด และเน้นที่การแข่งขันตอบปัญหาธรรมะ เป็นหลักของการดำเนินงานโครงการฯ เพียงอย่างเดียว ซึ่งได้ถือปฏิบัติสืบเนื่องตั้งแต่ครั้งที่ 9 นี้เป็นต้นมาจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้

แต่กระนั้น แม้จะไม่มีการจัดขึ้น การจัดกิจกรรมนิทรรศการ ถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่ควรจะศึกษา ถึงลักษณะการดำเนินการเนื้อหา และแนวทางในการดำเนินการ อันจะเป็นประโยชน์แก่สถาบันอื่นๆ ที่เห็นว่ากิจกรรมดังกล่าวจะเป็นประโยชน์และเหมาะสมกับสถาบันของตน ซึ่งย่อมจะได้ชื่อว่าดำเนินกิจกรรมที่เป็นกัลยาณมิตรให้กับสมาชิกในสถาบันของตน

4.1 การจัดงานนิทรรศการ ทางก้าวหน้าŽ

การจัดงานนิทรรศการครั้งแรกและความคาดหวัง

สำหรับความคาดหวังในการจัดนิทรรศการ ทางก้าวหน้าŽ ครั้งที่ 1 นั้นคือต้องการที่จะให้ประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษาที่มาชมนิทรรศการได้รับประโยชน์จากหลักธรรมในมงคล 38 ประการ และได้ความรู้ ความเข้าใจ และการฝึกปฏิบัติในเรื่องการฝึกสมาธิเบื้องต้นนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตในชีวิตประจำวัน ได้เป็นอย่างดีแล้ว ที่สำคัญที่สุดก็คือต้องการประชาสัมพันธ์โครงการอบรมธรรมทายาท ณ วัดพระธรรมกาย ให้กับนักศึกษาชาย ได้รับทราบ โดยได้จัดบอร์ดรายละเอียดในการอบรมธรรมทายาทไว้ในงานนิทรรศการครั้งนี้ด้วย และยิ่งไปกว่าสิ่งอื่นใดก็คือตัวคณะกรรมการผู้จัดงานนอกจากจะได้บุญในการให้ธรรมทานแล้ว ตนเองยังได้เพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหาหลักธรรมมงคล 38 ประการ การฝึกสมาธิเบื้องต้นและ ข้อมูลรายละเอียดในการอบรมธรรมทายาทภาคฤดูร้อน อีกทั้งยังจะได้สามารถฝึกการทำงานเป็นทีม ฝึกคุณธรรมในด้านความอดทน ความเสียสละต่อสังคมส่วนรวม ฝึกความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย และคณะกรรมการชมรมพุทธฯ ตลอดจนรุ่นพี่ ยังจะได้รู้จักสมาชิกใหม่ของชมรมที่มาช่วยในการจัดงานทำให้เห็นแวว และมองออกว่าน้องใหม่แต่ละคนนั้น มีอัธยาศัยเป็นอย่างไร จะได้มอบหมายงานพระพุทธศาสนาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ในการทำงานชมรมสืบต่อไปในอนาคต

นิทรรศการ ”ทางก้าวหน้า”Ž ครั้งที่ 1

แต่เดิมนั้นโครงการตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า เป็นเพียงกิจกรรมเสริมส่วนหนึ่งเท่านั้นที่ จัดขึ้นมาในงานนิทรรศการ ทางก้าวหน้าŽ ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้น ณ ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันพุธที่ 10 ถึงวันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2525 โดยมีชมรมพุทธศาสตร์ 6 สถาบัน อันได้แก่ ชมรมพุทธศาสตร์และประเพณีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับชมรมพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร และวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพฯ

การจัดงานนิทรรศการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายหลักธรรมในมงคลสูตร 38 ประการ อันเป็นหลักคำสอนในทางพระพุทธศาสนา อันจะนำมาเพื่อความก้าวหน้า ความเป็นสิริมงคลและความสุข ที่แท้จริงในการดำเนินชีวิต สำหรับชนทุกระดับชั้น เป็นการอธิบายหัวข้อธรรมะให้เข้าใจง่าย สามารถ นำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยใช้ภาพการ์ตูนประกอบ และมีการฝึกสมาธิสำหรับนิสิต นักศึกษา รวมทั้งประชาชนทุกวันอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการประกวดบทความ หนทางสู่ความก้าวหน้าตามแนวพุทธศาสนาŽ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ผู้ชนะเลิศจะได้รับโล่พระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทุนการศึกษา 5,000 บาท การตอบปัญหาธรรมะแข่งขันระหว่างทีมโรงเรียนต่างๆ ผู้ชนะเลิศ จะได้รับโล่พระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และทุนการศึกษา 4,000 บาท และการประกวดเรื่องสั้น ประสบการณ์ในชีวิตเรื่อง คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผลŽ ผู้ชนะเลิศ จะได้รับโล่พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทุนการศึกษา 3,000 บาท สำหรับพิธีเปิดงานนิทรรศการในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ผู้บัญชาการทหารบก มาเป็นประธานในพิธีเปิดงานนิทรรศการ ทางก้าวหน้าŽ ครั้งที่ 1 นี้ที่ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา 15.30 น. ในวันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2525 และในวันปิดงานนิทรรศการ ท่านรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ คุณชง วงษ์ขัน ได้มาเป็นประธานในการมอบโล่พระราชทานและรางวัลทุนการศึกษา

ในการจัดงานนิทรรศการครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ในวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2525 เวลาประมาณ 15.00 น. เพื่อทรงทอดพระเนตรการจัดบอร์ดธรรมะของนิสิตนักศึกษา ทั้งที่อยู่ชั้นล่างและ ชั้นบนของศาลาพระเกี้ยว และก่อนที่จะเสด็จพระราชดำเนินกลับ ยังมีพระราชดำรัสกับคณะกรรมการ จัดงานว่า อยากให้ช่วยกันทำหนังสือพระพุทธประวัติสำหรับเด็กด้วยŽ ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ที่จะต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การทำกิจกรรมของชมรมพุทธศาสตร์ 6 สถาบัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นเกียรติประวัติ เป็นสิริมงคลของการร่วมกันจัดงานในครั้งนี้อีกด้วย

ผลสำเร็จจากการจัดนิทรรศการครั้งที่ 1

ก่อนวันปิดงานนิทรรศการ มีโรงเรียนหลายแห่งขอจองชุดนิทรรศการ เพื่อนำไปจัดแสดงที่โรงเรียนของตน คณะกรรมการต้องจัดลำดับให้สอดคล้องกับวันจัดนิทรรศการของชมรมพุทธศาสตร์ อีก 5 สถาบัน หลายครั้งที่ต้องมาจัดซ่อม หรือทำใหม่ เพราะชำรุดจนใช้ต่อไม่ได้

อาจารย์หลายท่านขอทราบวิธีการ กฎระเบียบในการจัดตั้งชมรมพุทธศาสตร์ เมื่อเสร็จงานนิทรรศการแล้ว กรรมการจึงได้จัดทำหนังสือแนวทางในการบริหารงานชมรมพุทธศาสตร์ให้กับอาจารย์ ที่สนใจอีกด้วย

การฝึกสมาธิŽ เป็นกิจกรรมหนึ่งในการจัดนิทรรศการที่ได้รับความสนใจจากโรงเรียนต่างๆ เป็นจำนวนมาก มีโรงเรียนที่ต้องการพระอาจารย์เพื่อไปสอนการปฏิบัติธรรมได้ติดต่อมาที่ชมรมพุทธศาสตร์จุฬาฯ และที่วัดพระธรรมกาย แต่เนื่องจากในเวลานั้น บุคลากรในการสอนปฏิบัติธรรมยังมีจำนวนน้อย จึงไม่อาจ ตอบสนองความต้องการของโรงเรียนที่มาติดต่อได้

หลังจากปิดงาน มีนักเรียน นิสิตนักศึกษา ลงชื่อสมัครไปวัดเพื่อฝึกสมาธิและฟังพระธรรมเทศนา ประมาณ 400 คน และมีนิสิตนักศึกษาชาย ขอลงชื่อสมัครอบรมธรรมทายาทประมาณ 50 คน

จำนวนผู้ที่มาชมนิทรรศการ ประมาณ 8,000 คน มีทั้งนิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไปและนักเรียน ทุกระดับชั้น

อาจารย์ที่สอนวิชาพระพุทธศาสนาในโรงเรียนมัธยมศึกษาและพระอาจารย์จากโรงเรียนพุทธศาสนา วันอาทิตย์ ได้่ให้ความสนใจและให้กำลังใจแก่คณะกรรมการฯ อย่างยิ่ง ท่านได้ฝากความหวังว่า ขอให้ คณะกรรมการจัดกิจกรรมเช่นนี้ต่อไปอีก

นิทรรศการ ”ทางก้าวหน้าŽ” ครั้งที่ 2

การจัดนิทรรศการทางก้าวหน้าŽครั้งที่ 2 นั้น ต้องเลื่อนจัดงานนิทรรศการออกมาจากกำหนดเดิม อีกถึง 2 ครั้ง เพราะสาเหตุอันเนื่องมาจากสภาวะน้ำท่วมและโรงเรียนส่วนมากยังไม่สามารถเปิดเทอมได้ในขณะนั้น หลังจากที่สภาวะดังกล่าวได้ผ่านพ้นไปแล้ว และได้มีการกำหนดวันจัดงานที่แน่นอนแล้ว ทางคณะกรรมการจัดงานจึงได้มีการประชาสัมพันธ์การจัดงานนิทรรศการขึ้น

สำหรับการจัดนิทรรศการ ทางก้าวหน้าŽ ครั้งที่ 2 นี้ จัดขึ้น ตั้งแต่วันพุธ ที่ 18 ถึง วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2527 โดยมี พลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ผู้บัญชาการทหารบกและผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้เกียรติมาเป็นประธานในวันพิธีเปิดงาน และคุณชวน หลีกภัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เป็นเกียรติมาเป็นประธานวันปิดงานและประธานในพิธีมอบโล่พระราชทานอีกด้วย

นิทรรศการ ”ทางก้าวหน้าŽ” ครั้งที่ 3 ถึง ครั้งที่ 8

ครั้งที่ 3 วันอังคาร ที่ 13 ถึง วันอาทิตย์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2527

ณ ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประธานวันเปิดงานคือ คุณปรีดา พัฒนถาบุตร รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย ประธานวันปิดงานและประธานพิธีมอบโล่พระราชทานคือ ศ.ดร.เกษม สุวรรณกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ครั้งที่ 4 วันพุธ ที่ 13 ถึง วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2528

ณ ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประธานวันเปิดงานคือ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี ประธานวันปิดงานและประธานพิธีมอบโล่พระราชทาน คือ คุณอาทร ชนเห็นชอบ ปลัดทบวงมหาวิทยาลัย

ครั้งที่ 5 วันจันทร์ ที่ 17 ถึง วันจันทร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2529

ณ ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประธานวันเปิดงานคือ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ผู้บัญชาการทหารบกและผู้บัญชาการทหารสูงสุด ประธานวันปิดงานและประธานพิธีมอบโล่พระราชทาน คือ คุณอาทร ชนเห็นชอบ ปลัดทบวงมหาวิทยาลัย

ครั้งที่ 6 วันอังคาร ที่ 10 ถึง วันอาทิตย์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2530

จัดที่ศูนย์การค้ามาบุญครอง ประธานวันเปิดงานและประธานในพิธีมอบโล่พระราชทานคือ รศ.มานพ พงศทัต รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่มีพิธีปิดงาน

ครั้งที่ 7 วันจันทร์ ที่ 14 ถึง วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531

ณ ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประธานวันเปิดงานและประธานพิธีมอบโล่พระราชทานคือ ดร.กำธร สถิรกุล รองปลัดทบวงมหาวิทยาลัย ประธานวันปิดงานและประธานพิธีมอบโล่พระราชทานการแข่งขันเล่านิทานชาดกคือ รศ. มานพ พงศทัต รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ครั้งที่ 8 วันจันทร์ ที่ 20 ถึง วันเสาร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532

ณ ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประธานวันเปิดงานและประธานพิธีมอบโล่พระราชทานโรงเรียนในกรุงเทพฯ คือ คุณดุษฎี ศศิธร รองอธิบดีกรมการศาสนา ประธานวันปิดงานและประธานพิธีมอบโล่พระราชทาน โรงเรียนในส่วนภูมิภาค คือ รศ.มานพ พงศทัต รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

4.2 นิทรรศการทางก้าวหน้าแผ่ขยายไปสู่ระดับภูมิภาค

ในการจัดนิทรรศการ ทางก้าวหน้าŽ ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2527 ได้มีการพัฒนาการที่สำคัญ คือ การสร้างชุดนิทรรศการ มงคลชีวิตŽ เป็นชุดสำเร็จรูปมีภาพการ์ตูน 4 สี เป็นภาพประกอบของแต่ละมงคล ทั้งภาพการ์ตูนและเนื้อความพิมพ์บนกระดาษอาร์ตด้านหนา 180 แกรม ขนาดกว้าง 1 ฟุต ยาว 1 ฟุตครึ่ง เมื่อรวมเนื้อความและภาพประกอบ 38 มงคลแล้ว ต้องบรรจุในกล่องกระดาษลูกฟูกขนาดใหญ่ รวมน้ำหนัก ประมาณ 5 กิโลกรัม

การจัดทำชุดนิทรรศการสำเร็จรูปชุดนี้ เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ทันกาลทันเวลา นับว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก ประการแรกได้ใช้ประโยชน์สำหรับคณะกรรมการเอง คือ มีชุดนิทรรศการให้ชมรมพุทธศาสตร์ที่เป็นกรรมการร่วมสามารถนำไปใช้จัดนิทรรศการที่มหาวิทยาลัยของตน โดยไม่ต้องจองคิว โรงเรียนและหน่วยงานทั่วไปซื้อได้ในราคาประหยัด เพียง 600 บาท สามารถนำไปใช้สาธิตทีละมงคล หรือจัดเป็นนิทรรศการใหญ่ ใช้ทั้ง 38 มงคล และประการสำคัญทำให้เกิด นิทรรศการสัญจรŽ เริ่มต้นด้วยการจัดนิทรรศการ ทางก้าวหน้าภาคเหนือŽ

นิทรรศการ ทางก้าวหน้าภาคเหนือŽ

นิทรรศการ ทางก้าวหน้าภาคเหนือŽ ซึ่งได้จัดขึ้นที่ศาลาอ่างแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 25 ถึงวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2528 ได้รับความสนใจและความร่วมมือร่วมใจจากอาจารย์ นักศึกษา นักเรียนทุกระดับ ทุกสถาบัน พระภิกษุ สามเณร กลุ่มหนุ่มสาว ผู้มีจิตศรัทธาจากวัดต่างๆ ตลอดจนพ่อค้าประชาชน ที่หลั่งไหลมา ณ ศาลาอ่างแก้วตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อตักบาตร ยามสายจนถึงบ่ายก็ร่วมชมนิทรรศการ การฝึกสมาธิ แข่งขันตอบปัญหาธรรมะ และแข่งขันเล่านิทานชาดกเป็นครั้งแรก ครั้นยามค่ำคืนก็มาร่วมกันฟัง พระธรรมเทศนารอบพิเศษจนดึกดื่นทุกคืน

ในระหว่างสัปดาห์ของงานนิทรรศการ สาธุชนจำนวนมาก ทุกเพศ ทุกวัย ต่างนำอาหารหวานคาว จัดเตรียมมาอย่างประณีต เพื่อตักบาตรพระภิกษุสามเณร จำนวน 100 รูป เป็นประจำทุกเช้า สัปดาห์แห่งการทำทานสิ้นสุดลงด้วยการที่สาธุชนกว่า 3,000 คน ร่วมสร้างวันประวัติศาสตร์ของนครเชียงใหม่ เมื่อเช้าตรู่ของวันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2528 ด้วยการร่วมทำบุญตักบาตร พระภิกษุ สามเณร 1,000 รูป ณ บริเวณศาลาธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่ออธิษฐานจิตอุทิศส่วนกุศลถวายแด่พระสิริมังคลาจารย์ ปราชญ์ทางธรรมแห่งล้านนาไทย ผู้ได้รจนา มังคลัตถทีปนีŽ จากพระไตรปิฎก จนปัจจุบันได้แพร่หลาย มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ การดำเนินชีวิตของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก จนกระทั่งงานนิทรรศการ ทางก้าวหน้าภาคเหนือได้สำเร็จเสร็จสิ้นลงอย่างดี

นิทรรศการมงคลชีวิตที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ปี พ.ศ. 2529

บรรยากาศการจัดนิทรรศการทางก้าวหน้าภาคเหนือ ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ยังมิได้เจือจาง หายไป ก็ได้มีการจัดนิทรรศการในลักษณะคล้ายกันที่สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ ดังปรากฏในเอกสารของสถาบันฯ ดังนี้  เนื่องในโอกาสวันครบรอบวันสถาปนาสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ ปีที่ 52 จึงเห็นสมควรให้จัดนิทรรศการ มงคลชีวิต ครั้งที่ 1Ž ระหว่างวันที่ 16 - 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2529 โดยเป็นการน้อมนำเอา หลักคำสอน มงคลสูตร 38 ประการŽ ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสสอนไว้เป็นแนวทางปฏิบัติในการดำเนินชีวิตของชาวโลกมาเผยแผ่ เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา ประชาชน และเกษตรกรทั่วไป ได้ทราบถึงคุณค่าและความสำคัญของพระพุทธศาสนา ได้หันมาสนใจใฝ่ศึกษาและนำไปปฏิบัติใน ชีวิตประจำวันได้ในที่สุดŽ

สิ่งที่น่าสนใจและเป็นจุดเด่นในการจัดนิทรรศการครั้งนี้ คือ การที่คณะกรรมการเน้นถึงกลุ่มเกษตรกร ให้ตระหนักถึงความสำคัญของพระพุทธศาสนา นอกจากนั้นยังจัดให้มีกิจกรรมที่กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร มาร่วมการประกวดด้วยถึง 2 ประเภท คือ การแข่งขันทำพุ่มดอกไม้บูชาพระ และการประกวดตักบาตรกิจกรรมในระหว่างงานนิทรรศการมีดังนี้

การแข่งขันตอบปัญหาธรรมะระดับประชาชน นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย มัธยมศึกษาตอนต้น และประถมศึกษา การประกวดขับร้องเพลงธรรมะหมู่ของนักเรียนอนุบาล การแข่งขันเล่านิทานชาดก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา การประกวดจัดพุ่มดอกไม้บูชาพระของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร โดยมีรางวัลชนะเลิศ เป็นโล่พระราชทาน

นิทรรศการทางก้าวหน้าภาคใต้ ปี พ.ศ. 2529

คณะกรรมการพุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เกิดแรงบันดาลใจจากการที่ได้เห็นหนังสือที่ระลึกการจัดนิทรรศการทางก้าวหน้าภาคเหนือประกอบกับได้รับความเห็นชอบจากผู้บริหารมหาวิทยาลัย โดยได้จัดงานนิทรรศการทางก้าวหน้าภาคใต้ครั้งที่ 1 ขึ้น ระหว่างวันที่ 1  5 กันยายน พ.ศ. 2529 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

ความสำเร็จของการจัดนิทรรศการทางก้าวหน้าภาคใต้ คือ คณะกรรมการชมรมพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้รับความสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยให้จัดนิทรรศการและมีกิจกรรมตอบปัญหาธรรมะชิงโล่พระราชทาน ต่อเนื่องมาอีกหลายปี ซึ่งในวันเปิดงานนิทรรศการ อาจารย์ที่พานักเรียนมาชมบอร์ดธรรมะ และมาร่วมแข่งขันตอบปัญหาธรรมะ กล่าวกับคณะกรรมการจัดงานว่า คอยวันนี้มานานแล้วŽ มีท่านอาจารย์หลายโรงเรียนพานักเรียนรุ่นเล็กในระดับชั้นประถมศึกษามาดูบอร์ดธรรมะอย่างใกล้ชิด และมีการจดลงสมุดกันอย่างจริงจังเป็นภาพที่เหมือนกันทุกแห่ง และการจัดแข่งขันตอบปัญหาธรรมะชิงโล่พระราชทาน ก็มีนักเรียนทุกระดับมาสอบกันเป็นจำนวนมาก ทำให้มองเห็นอย่างชัดเจนถึงความสนใจใฝ่รู้ธรรมะของนักเรียนทุกระดับ ทุกภาค ทุกจังหวัด เป็นการลบล้างคำกล่าวที่ว่า ธรรมะคือยาขมสำหรับเยาวชนŽ อย่างสิ้นเชิง

การไปจัดนิทรรศการทางก้าวหน้าภาคเหนือและภาคใต้ ถือเป็นประสบการณ์ในระยะเวลาสั้นๆ ในการจัดกิจกรรมร่วมกันของชมรมพุทธศาสตร์หลายสถาบัน และถือเป็นการได้จุดประกายให้เกิดการขยายตัวในการเป็นสนามสอบตอบปัญหาธรรมะ ทางก้าวหน้าŽ ในต่างจังหวัด เพื่อสนองตอบความสนใจในการศึกษาธรรมะของนักเรียน นักศึกษา ทั่วทุกภาค ทุกจังหวัดในเวลาต่อมา

4.3 การแข่งขันเล่านิทานชาดก

กิจกรรมพิเศษที่เพิ่มขึ้นในการจัดนิทรรศการทางก้าวหน้าครั้งที่ 4 เมื่อ พ.ศ. 2528 คือการแข่งขัน เล่านิทานชาดก โดยใช้รูปแบบและระเบียบการของการแข่งขันเล่านิทานชาดก ซึ่งมีขึ้นเป็นครั้งแรก ในการจัดนิทรรศการ ทางก้าวหน้าภาคเหนือŽ ที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2528

ปรากฏว่าได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากโรงเรียนระดับชั้นประถมศึกษาในกรุงเทพมหานคร มีโรงเรียนที่มาแข่ง 80 ทีม มีการแข่งรอบคัดเลือกรอบแรกทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย รวม 4 วัน แล้วแข่งรอบคัดเลือกครั้งที่ 2 ตอนเช้าและตอนบ่ายอีกครั้ง วันสุดท้ายของนิทรรศการจึงเป็นการแข่งรอบชิงชนะเลิศ ในปีที่ 2 ที่จัดให้มีการแข่งขันเล่านิทานชาดกนั้น มีโรงเรียนที่ส่งนักเรียนมาแข่งขันถึง 105 โรงเรียน ต้องจัดแข่งขันรอบแรกที่เวทีชั่วคราวที่ศูนย์การค้ามาบุญครองเซ็นเตอร์ โดยคัดให้เหลือ 45 ทีม แล้วจึงคัด อีกครั้งให้เหลือ 15 ทีม มาแข่งรอบสุดท้าย ณ ศาลาพระเกี้ยวระหว่างงานนิทรรศการ

การแข่งขันเล่านิทานชาดกเป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน และทำให้บรรยากาศระหว่างงานนิทรรศการมีสีสัน ด้วยเครื่องแต่งกายของนักเรียนเล็กๆ ที่แต่งมาให้สอดคล้องกับเรื่องชาดก ของโรงเรียน ถึงกับเช่าเครื่องละครเพื่อประกอบการแสดงชาดกเรื่องสุวรรณสาม แต่การแข่งขันเล่านิทานชาดกต้องมีคณะกรรมการหลายคนอยู่ประจำที่ศาลาพระเกี้ยว จึงทำให้คณะกรรมการบางท่านจำเป็นต้องขาดการเรียน ติดต่อกันเป็นวันๆ ในช่วงจัดนิทรรศการ ดังนั้นในปีต่อมาคณะกรรมการชมรมพุทธศาสตร์ต้องไปจัดนิทรรศการอย่างย่อที่ศูนย์การค้ามาบุญครอง จึงต้องงดกิจกรรมพิเศษนี้

การแข่งขันเล่านิทานชาดกครั้งประวัติศาสตร์

ในระหว่างนิทรรศการ ทางก้าวหน้าŽ ครั้งที่ 7 พ.ศ. 2531 ได้มีการแข่งขันเล่านิทานชาดก อีกครั้ง โดยปรับปรุงระเบียบการใหม่ ลดจำนวนทีมที่แข่งขันในแต่ละวัน เพื่อมิให้คณะกรรมการผู้จัดงานต้องขาดเรียนมาก และเพื่อความสะดวกสำหรับท่านอาจารย์ที่ให้เกียรติมาเป็นคณะกรรมการตัดสิน การแข่งขันเล่านิทานชาดกจึงอยู่ในระหว่างเวลาประมาณ 11.30 - 13.00 น. และขอให้ทุกโรงเรียนใช้ระบบประหยัดในการใช้อุปกรณ์ประกอบการแสดง มีโรงเรียนที่สมัครรวม 13 โรงเรียน

โรงเรียนแรกที่ส่งใบสมัครพร้อมเรื่องย่อที่จะแสดงคือ โรงเรียนราชินี มีรายนามนักเรียนในทีมดังนี้

1.พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ชั้น ป. 5

2.เด็กหญิงวิมลฉัตร แสงอ่อน ชั้น ป. 6

3.เด็กหญิงวรรณภาณี ทัศนาญชลี ชั้น ป. 6

4.เด็กหญิงโสมนัส พู่มนตรี ชั้น ป. 5

5.เด็กหญิงโชติมา เจริญพักตร์ ชั้น ป. 5

นิทานชาดกที่แสดงคือ ติตติรชาดกŽ ซึ่งตามเนื้อเรื่องมีสัตว์ 3 ชนิด คือ ช้าง ลิงและนกกระทา และต้นไทรอีกหนึ่งต้น ครบจำนวนผู้แสดง 4 คน เนื้อเรื่องเล่าว่า สัตว์ทั้ง 3 ชนิดอาศัยอยู่ที่ต้นไทร แต่ตีกัน แกล้งกันอยู่ตลอดเวลาเพราะขาดความเคารพยำเกรงกัน ในที่สุดก็ตกลงกันว่า มาเคารพกันดีไหม แต่ละตัวจึงต้องบรรยายว่าใครเกิดก่อน ใครมีอาวุโสกว่ากัน เมื่อการแสดงนิทานชาดกได้เสร็จสิ้นลง แล้วได้มีการประกาศผล ปรากฏว่าโรงเรียนราชินีได้รับรางวัลชนะเลิศ ในการแข่งขันเล่านิทานชาดกในครั้งนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาทรงดีพระทัยยิ่ง ทรงจับมือพระสหายเขย่าขึ้นลงด้วยความยินดี รอยยิ้ม สว่างกระจ่างทั่วพระพักตร์ ผู้มีโอกาสเข้าชมหรือดูภาพถ่ายทอดทางโทรทัศน์ต่างประจักษ์ถึงพระปรีชาสามารถของพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาเป็นอย่างยิ่ง

การจัดแข่งขันตอบปัญหาธรรมะมีการจัดขึ้นหลายแห่ง แต่ที่จะนำมาเป็นกรณีตัวอย่างในที่นี้คือ โครงการจัดการแข่งขันตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า ที่ดำเนินการโดยชมรมพุทธศาสตร์สากลในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์

4.4 วิวัฒนาการโครงการฯ ทางก้าวหน้าŽ จากอดีตถึงปัจจุบัน

ยุคสมัยของโครงการตอบปัญหาธรรมะ ทางก้าวหน้าŽ แบ่งได้เป็น 4 ช่วง คือ

ช่วงที่ 1 การจัดสอบยังอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2525 - 2529 จากร้อยเพิ่มเป็นหลักพัน (382 - 6,470 คน) ครั้งที่ 1 - 5 สนามสอบอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สอบ 2 รอบ คือรอบคัดเลือก และรอบชิงชนะเลิศ รับรางวัลชนะเลิศ ที่ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ช่วงที่ 2 การจัดสอบขยายตัวไปสู่ระดับภูมิภาค พ.ศ. 2530 - 2534 จากพันสู่หลักหมื่น (4,778 - 19,047 คน) ครั้งที่ 6 - 10 ย้ายสนามสอบออกจากจุฬาฯ จัดสอบรอบคัดเลือกตามสนามสอบในต่างจังหวัด และในโรงเรียนในกรุงเทพฯ จัดสอบรอบชิงชนะเลิศที่วัดพระธรรมกาย รับรางวัลชนะเลิศที่ศาลาพระเกี้ยวจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ช่วงที่ 3 งานประจำขยายตัว พ.ศ. 2535 - 2540 จากหมื่นจนถึงเกือบแสน (19,916 - 92,554 คน) ครั้งที่ 11 -16 จัดสอบ รอบเดียวที่สนามสอบในต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ รับรางวัลชนะเลิศที่วัดพระธรรมกาย

ช่วงที่ 4 การจัดสอบเพิ่มเป็นหลักล้าน พ.ศ. 2541 - 2547 เริ่มต้นด้วยหลักล้าน (1,355,154 - 4,091,619 คน) ครั้งที่ 17 - 23 จัดสอบรอบชิงชนะเลิศพร้อมกันทั่วประเทศ เฉพาะระดับประถมศึกษาตอนต้นถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย รับรางวัลชนะเลิศที่วัดพระธรรมกาย

4.5 ช่วงที่ 1 การจัดสอบอยู่ในกรุงเทพมหานคร

เนื่องจากนิทรรศการ ทางก้าวหน้าŽ ครั้งที่ 1 เปิดงานวันอังคาร ปิดงานวันพุธ ในสัปดาห์ต่อมา คณะกรรมการจึงวางแผนให้มีกิจกรรมในวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ เพื่อมิให้ศาลาพระเกี้ยวร้างผู้มาชมบอร์ด มงคลชีวิตŽ จึงจัดรายการตอบปัญหาธรรมะ ในวันเสาร์ - อาทิตย์ รับเฉพาะนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานครเท่านั้น

ในปี 2525 เมื่อ 18 ปีก่อนนั้น จำนวนนักเรียน 200 ทีม (400 คน) ที่สมัครร่วมตอบปัญหาธรรมะมีจำนวนมากเกินความคาดหมาย ถึงแม้ว่าที่มาสอบจริง คือ 382 คน (191 ทีม) แต่นั้นก็เป็นตัวเลขที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งในเวลานั้น

ปีต่อมาเมื่อคณะกรรมการทดสอบสถานการณ์ในต่างจังหวัดด้วยการส่งระเบียบการและจดหมาย เชิญชวนให้โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ส่งนักเรียนมาร่วมกิจกรรม ผลปรากฏว่านักเรียนที่มาสอบ เพิ่มขึ้นจากปีแรกถึง 4 เท่า โดยไม่มีผลกระทบจากการที่นิทรรศการครั้งที่ 2 ต้องเลื่อนถึง 2 ครั้ง คือจากกำหนดปลายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2526 ไปจัดปลายเดือนมกราคม พ.ศ. 2527

คณะกรรมการตื่นตาตื่นใจ และตื่นเต้น กับจำนวนรถทุกประเภทที่จองเรียงรายรอบศาลาพระเกี้ยว และตามคณะต่างๆ และต้องประหลาดใจยิ่งขึ้นเมื่อได้เห็นทะเบียนรถที่มาจากจังหวัดทั้งเหนือสุดและใต้สุด รวมทั้งจังหวัดห่างไกลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนั้นมีอาจารย์ที่พานักเรียนมาร่วมกิจกรรม เดินทางด้วยรถไฟ รถเมล์ พายเรือออกจากสวน โบกรถบรรทุก เพื่อมาต่อรถเมล์เข้ากรุงเทพฯ

นิทรรศการครั้งที่ 3 จัดโดยชมรมพุทธศาสตร์ 9 สถาบัน คณะกรรมการมีความเชื่อมั่นว่านักเรียนทั่วประเทศ สนใจในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในหลักธรรมในพระพุทธศาสนา และได้เรียนรู้ว่าอาจารย์ที่พานักเรียนมาสอบนั้น มาด้วยความรักและปรารถนาดีต่อศิษย์อย่างจริงใจ เพราะการพานักเรียน มาร่วมกิจกรรมนี้หมายถึงการเพิ่มภารกิจในการสอนพิเศษนอกเวลา และความรับผิดชอบในการนำนักเรียนเดินทางออกนอกพื้นที่ รวมทั้งค่าใช้จ่ายหลายอย่างที่ไม่อาจเบิกได้

จากปีแรกที่มีชมรมพุทธศาสตร์ 6 สถาบัน จัดนิทรรศการและจัดตอบปัญหาธรรมะที่จุฬาฯ อีก 5 ปีต่อมา มีชมรมพุทธศาสตร์ 18 สถาบันร่วมเป็นคณะกรรมการ ในขณะที่จำนวนนักเรียนที่มาร่วมตอบปัญหาธรรมะ เพิ่มขึ้นทุกปีจากร้อยเป็นพัน เป็นหลายพันและในปีสุดท้ายของช่วงที่ 1 นี้ จำนวนนักเรียนที่สมัครมีจำนวนถึง 9 พัน และเป็นที่คาดคะเนได้ว่า จำนวนนักเรียนที่มาร่วมกิจกรรมนี้จะต้องเพิ่มขึ้นในปีต่อไป

เริ่มสอบระบบสอบเดี่ยวในการสอบทางก้าวหน้าครั้งที่ 5 (พ.ศ. 2529)

ระบบการจัดสอบตั้งแต่ครั้งที่ 1 ถึง ครั้งที่ 4 นั้น สอบเป็นทีม ทีมละ 2 คน จัดสอบแยกแต่ละประเภทในแต่ละวัน ทำให้ต้องออกข้อสอบและตรวจข้อสอบ ประกาศผลสอบวันต่อวัน ในระหว่างสัปดาห์นิทรรศการ ในการสอบครั้งที่ 5 เป็นการเริ่มระบบสอบเดี่ยว มีนักเรียนสมัครประมาณ 9 พันคน การเตรียมจัดสถานที่เพื่อเป็นห้องสอบ ห้องตรวจข้อสอบ ห้องประชุมอาจารย์ผู้ประสานงานเป็นเรื่องใหญ่และซับซ้อนสำหรับคณะกรรมการฝ่ายที่รับผิดชอบ ซึ่งทุกฝ่ายได้ช่วยกันดำเนินการจนการสอบผ่านไปได้ด้วยความเรียบร้อย

วันสอบคือวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2529 มีนักเรียนมาสอบกว่า 6 พันคน ลงทะเบียนเวลา 8.30 น. สถานที่ลงทะเบียนคือสนามฟุตบอล หน้าหอประชุมจุฬาฯ จากจุดที่หน้าหอประชุม นักเรียน เดินแถวตามกรรมการถือธงสีนำหน้า กระจายไปตามห้องสอบตามตึกคณะต่างๆ ทั่วจุฬาฯ รวมทั้งคณะแพทย์ศาสตร์ที่ต้องข้ามถนนอังรีดูนังค์ และคณะนิติศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ และคณะครุศาสตร์ที่ต้องข้ามถนนพญาไท

ขั้นตอนสำคัญที่ล่าช้า

คณะกรรมการเตรียมห้องบรรยายรวมของอาคารแถบ นีละนิธิ คณะวิทยาศาสตร์เป็นห้องตรวจข้อสอบและสามารถรวมนักศึกษาช่วยกันตรวจกระดาษคำตอบ (2 รอบ) และรวมคะแนนของนักเรียนที่มาสอบได้ในค่ำคืนวันเสาร์นั้น

ลำดับต่อจากนั้นคืองานที่ต้องใช้เวลาอย่างมาก เกินความคาดคิดของทีมงานฝ่ายทะเบียน คือการเรียงลำดับคะแนนซึ่งต้องทำอย่างละเอียดรอบคอบทุกขั้นตอน มีการแยกประเภทเป็น 8 ประเภท ประเภทละ 50 รางวัล รวม 400 รายการ และยังมีรางวัลพิเศษเพิ่มขึ้นมาอีกทุกประเภท

เมื่อลำดับคะแนนได้แล้ว การพิมพ์ประกาศผลด้วยเครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้าที่มีเพียง 2 เครื่อง ใช้เวลายาวนาน อย่างที่ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในวันนี้ไม่มีวันเข้าใจ

ด้วยเหตุนี้ กำหนดเวลาที่ประกาศผลสอบในวันอาทิตย์จึงล่วงเลยจากเวลา 13.00 น. กลายเป็นเวลาเย็นเกือบค่ำ และแล้วคำถามว่า  เมื่อไรจะประกาศผลสอบ?Ž

ก็เปลี่ยนเป็นคำถามว่า  จัดงานเป็นหรือเปล่าŽ

นิสิตนักศึกษาที่มีป้ายติดหน้าอกเสื้อว่า ทางก้าวหน้าŽ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกรรมการจัดงาน ต่างหลบขึ้นไปชั้นบนของศาลาพระเกี้ยว เอาป้ายที่ติดเสื้อออก แล้วเดินลงมาปะปนกลมกลืนไปกับผู้อื่นจนถึงเวลาประกาศผลสอบ

ถึงจุดอิ่มตัวที่จุฬาฯ

สถานการณ์ในบ่ายวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2529 คือ สัญญาณที่บ่งบอกว่า การจัดตอบปัญหาธรรมะ ทางก้าวหน้าŽ ไม่ใช่งานกิจกรรมที่จะจัดสอบในระบบเดิม และการจัดสอบพร้อมกันในวันเดียวที่จุฬาฯ ก็เป็นอันพ้นวิสัยอีกต่อไป ปัญหาเรื่องสถานที่นั้นเด่นชัดว่าต้องหาทางขยับขยายออกไปจากจุฬาฯ แต่เรื่องใหญ่สำหรับคณะกรรมการ คือการที่ไม่สามารถบริการเรื่องอาหารแก่นักเรียนที่มาจากต่างจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือน้องเล็กๆ ระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเมื่อแยกระดับประถมศึกษาตอนต้น และประถมศึกษาตอนปลาย

บัดนี้จึงถึงเวลาอันสมควรที่การตอบปัญหาธรรมะ ทางก้าวหน้าŽ ต้องอำลาจากจุฬาฯ และนั่นคือ หัวเลี้ยวหัวต่ออันสำคัญยิ่ง ที่การตอบปัญหาธรรมะ ทางก้าวหน้าŽ ได้พัฒนายั่งยืนมาจนถึงทุกวันนี้

4.6 ช่วงที่ 2 การจัดสอบขยายตัวไปสู่ระดับภูมิภาค

ต้นปีการศึกษา 2530 มีเหตุการณ์หลายอย่างที่ทำให้คณะกรรมการต้องตัดสินใจว่า จะจัดนิทรรศการและจัดตอบปัญหาธรรมะ ทางก้าวหน้าŽ หรือไม่ ในที่สุด ได้มีการวางแผนกันอย่างเร่งรีบ ได้ผลสรุปว่า ให้มีการจัดสอบรอบคัดเลือกในสนามสอบต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ รวม 10 สนามสอบ กระจายไปตามภาคต่างๆ ได้แก่ เชียงใหม่ พิษณุโลก ขอนแก่น ร้อยเอ็ด สงขลา (หาดใหญ่) และนครปฐม

เมื่อนักเรียนสอบผ่านรอบคัดเลือกแล้ว ครั้งแรกนี้ได้คัดนักเรียนเพียง 600 คน มาสอบรอบ ชิงชนะเลิศที่วัดพระธรรมกาย ที่สภาธรรมกายหลังคาจาก ซึ่งเพิ่งสร้างเสร็จใช้งานได้เพียง 2 ปี คณะกรรมการต้องใช้รถสิบล้อขนโต๊ะเก้าอี้ที่ขอยืมมาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งใช้เวลาเตรียมสถานที่ทั้งคืน

เมื่อแจ้งผลสอบแล้ว มีการจัดให้นักเรียนที่ได้รับรางวัลไปร่วมพิธีรับรางวัลและเปิดงานนิทรรศการ ทางก้าวหน้าŽ (ขนาดย่อ) ที่ชั้นล่าง ศูนย์การค้ามาบุญครอง ซึ่งเปิดทำการใหม่ จึงมีพื้นที่ว่างโล่งอยู่ตลอดชั้นล่าง

สิ่งใหม่ในการจัดสอบครั้งที่ 6 คือ ทำให้เกิดชื่อ ซุปเปอร์ไวเซอร์Ž เป็นครั้งแรก และเป็นภารกิจของซุปเปอร์ไวเซอร์รุ่นต่อๆ มาในการไปทำหน้าที่ประสานงานกับคณะครูอาจารย์ ขนส่งข้อสอบ จัดการสอบ ตามโรงเรียนต่างๆ ที่จัดเป็นสนามสอบทั่วประเทศ

เป็นครั้งแรกที่มีการประกาศรายชื่อนักเรียนที่ได้รับรางวัล ก่อนหน้านั้นเป็นการประกาศรายชื่อโรงเรียนเท่านั้น และการฝ่ายทะเบียนส่งผลสอบพร้อมกับคะแนนของนักเรียน ทำให้เป็นที่พอใจของอาจารย์ประสานงาน แต่การจัดระบบโควต้า คือจำกัดจำนวนนักเรียนที่เข้าสอบ เพื่อให้ฝ่ายทะเบียนจัดระบบงานใหม่นั้นทำให้เกิดความเศร้าโศกเสียใจแก่นักเรียนจำนวนมาก ที่ไม่ได้เข้าสอบ คณะกรรมการรู้สึกเสียใจกับน้องๆ เป็นอย่างมาก ในปีต่อๆ มาจึงมีการเพิ่มจำนวนนักเรียนที่ส่งเข้าสอบได้มากขึ้นและยกเลิกระบบโควต้าในการสอบครั้งที่ 12 (พ.ศ. 2536)

บัดนี้คณะกรรมการได้เรียนรู้ว่าการตอบปัญหาธรรมะ ทางก้าวหน้าŽ ไม่ใช่งานกิจกรรมอีกแล้ว แต่ได้กลายเป็นภารกิจ เป็นหน้าที่ ที่จะต้องทำต่อไป

วิวัฒนาการระหว่างการสอบครั้งที่ 6 - 10

ในช่วงเวลาระหว่างการสอบครั้งที่ 6 - 10 นั้น ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาสิ่งใหม่ขึ้นตามลำดับ หลังจากผ่านความยุ่งยากในการจัดสถานที่เพื่อการสอบชิงชนะเลิศครั้งแรกไปแล้ว ในช่วงเวลาอีก 4 ปี ต่อจากนั้น ระหว่าง พ.ศ. 2530- 2534 ได้มีการเตรียมสถานที่ จัดกำหนดการให้นักเรียนได้สวดมนต์ทำวัตรเช้า และถวายสังฆทานก่อนสอบ มีสถานที่สำหรับประชุมอาจารย์ ประการสำคัญคือ มีอาหารกลางวันเลี้ยงนักเรียน อาจารย์ ผู้ปกครองและญาติมิตรที่ตามมาเชียร์ บางโรงเรียนที่ต้องการ พักค้างทั้งก่อนและหลังการสอบก็ได้รับความสะดวกจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุดงค์ของวัดพระธรรมกายเป็นอย่างดี

สิ่งใหม่ในครั้งที่ 7 (พ.ศ. 2531) คือการทำ จดหมายข่าวทางก้าวหน้าŽ เพื่อประกาศรายชื่อนักเรียนที่ได้รับรางวัลทุนการศึกษา มีพิธีรับรางวัลที่ศาลาพระเกี้ยว ในวันปิดงานนิทรรศการ

ในการสอบครั้งที่ 8 (พ.ศ. 2532) ได้เริ่มมีการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ในการทำงานทะเบียนและประมวลผลทำคะแนน ทำให้สามารถรองรับจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นในปีต่อๆ มา

ปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่มีการจัดนิทรรศการ ทางก้าวหน้าŽ และจัดพิธีรับรางวัลที่ศาลาพระเกี้ยวซึ่งต้องแบ่งเป็น 2 วัน เพราะจำนวนนักเรียนที่ได้รับรางวัลประเภทต่างๆ มากขึ้น โรงเรียนในกรุงเทพฯ รับรางวัลวันเปิดงานนิทรรศการ และโรงเรียนในภูมิภาครับรางวัลในวันปิดนิทรรศการ

เปลี่ยนสถานที่และรูปแบบพิธีรับรางวัล

ดังนั้นในการสอบครั้งที่ 9 พ.ศ. 2533 จึงมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกอย่างหนึ่ง คือการเปลี่ยนสถานที่และรูปแบบพิธีรับรางวัล โดยจัดพิธีรับรางวัลที่สภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกาย คณะกรรมการ ได้กราบอาราธนาพระอุปัชฌาย์ของธรรมทายาท คือท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สุวรรณ สุวณฺณโชโต ป.ธ. 7) มาเป็นประธาน และท่านได้เมตตารับเป็นประธานติดต่อมาจนถึงปี พ.ศ. 2536

เมื่อท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ถึงแก่มรณภาพเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2537 พระเดชพระคุณพระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ. 9) เจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม ได้เมตตามาเป็นประธานในพิธีรับรางวัลจนถึงปี พ.ศ. 2540

จุดหักเหที่สำคัญ

จุดหักเหที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขยายตัวของกิจกรรมนี้ คือการจัดตั้ง ชมรมพุทธศาสตร์- สากล ในอุปถัมภ์สมเด็จพระพุทธชินวงศ์Ž เมื่อวันศุกร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2534 โดยพระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) ตั้งชื่อให้ และอนุญาตให้ใช้สำนักงานกัลยาณมิตรเป็นที่ทำการ ชั่วคราว เพื่อให้บัณฑิตชมรมพุทธฯ รุ่นพี่ทำหน้าที่ประสานงานกับรุ่นน้องจากสถาบันต่างๆ

ในการจัดสอบครั้งที่ 10 (พ.ศ. 2534) นั้นเอง ชมรมพุทธศาสตร์สากล ในอุปถัมภ์สมเด็จพระพุทธ-ชินวงศ์ (ปัจจุบันเป็นชมรมพุทธศาสตร์สากลในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์) ก็ได้เริ่มทำหน้าที่เป็นศูนย์อำนวยการกลางแทนชมรมพุทธศาสตร์ จุฬาฯ

4.7 ช่วงที่ 3 งานประจำขยายตัว

ช่วงเวลาระหว่าง พ.ศ. 2535 - 2540 มีการเปลี่ยนแปลงดังนี้

มีการเปลี่ยนระบบการสอบ เป็นการวัดผลจากการสอบรอบเดียวตั้งแต่การสอบครั้งที่ 11 (พ.ศ. 2535) เพื่อความสะดวกต่ออาจารย์และนักเรียนจำนวนมากที่ไม่มีงบประมาณเพียงพอในการเดินทางหลายครั้ง

การยุติการสอบสองรอบ จึงมีทั้งฝ่ายอาจารย์ที่โล่งใจสะดวกสบายขึ้น และฝ่ายอาจารย์ที่เสียดายประสบการณ์ต่างๆ ที่นักเรียนได้เรียนรู้ แต่ผลที่ได้จากการจัดสอบรอบเดียวนั้นทำให้เกิดการ ขยายตัวที่เด่นชัด 2 ประการ คือ ทำให้มีนักเรียนระดับประถมศึกษาเข้าสอบเพิ่มขึ้นทุกปี และทำให้มีการเพิ่มสนามสอบโรงเรียนในแต่ละอำเภอได้มากขึ้น

ได้มีการยกเลิกระบบโควต้าในการสอบครั้งที่ 12 (พ.ศ. 2536) ให้สมัครได้โดยไม่จำกัดจำนวนนักเรียน และได้เพิ่มรางวัลประเภททีมในการสอบครั้งที่ 13 (พ.ศ. 2537) โดยการคิดคะแนนสูงสุดของนักเรียน 40 คนแรก

ในปีต่อมา การสอบครั้งที่ 14 (พ.ศ. 2538) คณะกรรมการลองแยกการสอบประเภททีมให้มาสอบ ที่วัดพระธรรมกายในเดือนพฤศจิกายน มีโรงเรียนสมัครมาสอบเป็นจำนวนมาก แต่ไม่อาจเดินทางมาใน วันสอบเพราะเกิดภาวะน้ำท่วมใหญ่ในภาคเหนือและภาคกลาง

การเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญอีกครั้ง คือการเริ่มใช้กระดาษคำตอบที่ตรวจด้วยคอมพิวเตอร์ ในการสอบครั้งที่ 15 (พ.ศ. 2539) โดยเริ่มใช้กับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาก่อน มีการวางระบบการทำงานของ ซุปเปอร์ไวเซอร์Žอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการแบ่งพื้นที่สนามสอบในต่างจังหวัดและกรุงเทพมหานครเป็นภาค โดยให้อยู่ภายใต้การดูแลของซีเนียร์ ซุปเปอร์ไวเซอร์Žซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่เคยทำหน้าที่เป็น ซุปเปอร์ไวเซอร์Ž มาแล้ว

วิวัฒนาการในการสอบครั้งที่ 16 (พ.ศ. 2540) ทำให้สามารถรองรับการขยายตัวครั้งใหญ่ในยุคต่อไป มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ 3 ประการ

ประการแรก คือ การใช้กระดาษคำตอบที่ตรวจด้วยคอมพิวเตอร์สำหรับนักเรียนทุกระดับ ซึ่งนักเรียนระดับประถมศึกษาสามารถปรับตัวได้อย่างดี

ประการที่สอง คือ การเริ่มระบบใหม่ประกาศผลสอบเฉพาะนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ที่ได้รับรางวัลเท่านั้น

ประการที่สาม คือ การพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ใหม่ทั้งระบบ ทันใช้งานกับจำนวนนักเรียนที่ เข้าสอบถึงหลักล้านในการสอบครั้งต่อไป

4.8 ช่วงที่ 4 การจัดสอบเพิ่มเป็นหลักล้าน

โครงการตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้าครั้งที่ 17 พ.ศ. 2541

โครงการตอบปัญหาธรรมะ ครั้งที่ 17 พ.ศ. 2541 เป็นโครงการที่ได้รับการกล่าวขานกันมาก มีผู้กล่าวถึงหลายลักษณะ เช่น จากจดหมายข่าว ทางก้าวหน้าŽ ฉบับประกาศผลสอบครั้งที่ 17 ได้เขียนไว้ว่า

ประวัติศาสตร์จะต้องจารึกกับเหตุการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ ที่เกิดขึ้นกับเยาวชนไทย กว่าล้านคน ณ ผืนแผ่นดินไทย

ประวัติศาสตร์จะต้องบันทึกกับงานระดับโลกด้วยมือของเยาวชนไทยนับหมื่นคน

ประวัติศาสตร์จะต้องจดจำกับการทุ่มเททั้งกายและใจของเยาวชนเหล่านี้

ประวัติศาสตร์จะยังไม่สมบูรณ์หากขาดงานนี้ ทางก้าวหน้าŽ ครั้งที่ 17Ž

จึงถือว่าเป็นยุคใหม่ของการตอบปัญหาธรรมะ ทางก้าวหน้าŽ ที่เดินทางมาถึงจุดที่สามารถทำให้โครงการเข้าไปสู่ระบบการศึกษาของชาติได้ทุกระดับ ทุกท้องถิ่นทั่วประเทศ

ดังตอนหนึ่งจากจดหมายข่าว ทางก้าวหน้าŽ ฉบับที่ 17 ดังนี้  โครงการนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นโครงการแรก และโครงการเดียว ณ ปัจจุบันนี้ ที่มีผู้ร่วมโครงการเป็นล้านคน ความสำเร็จของงานนี้เกิดขึ้นได้ ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของทุกฝ่ายที่ช่วยกันส่งเสริมสนับสนุน ตั้งแต่ผู้บริหารการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ ผู้อำนวยการสามัญศึกษาจังหวัด ผู้อำนวยการประถมศึกษาจังหวัด หัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอ ผู้อำนวยการ อาจารย์ใหญ่ ครูใหญ่ โรงเรียนทั่วประเทศ ข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ อาจารย์ประสานงาน อาจารย์กรรมการคุมสอบโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ และหน่วยงานต่าง ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ อาสาสมัครนิสิตนักศึกษา จากชมรมพุทธศาสตร์สถาบันต่างๆ กว่า 1,000 คน ได้เดินทางไปเชิญชวนโรงเรียนต่างๆ ทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ของประเทศไทยเข้าร่วมโครงการ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีมาก จนทำให้ตัวเลขเป็นอย่างที่เห็นนี้ คือ 1,355,154 คน จาก 4,106 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศŽ

ในเรื่องของการจัดสอบของเยาวชนนับล้านนั้น ทำโดยอาสาสมัครระดับอุดมศึกษาที่เรียกว่า ผู้ประสานงานจัดสอบ หรือ ซุปเปอร์ไวเซอร์ (Supervisors) กว่า 13,168 คน ที่ผ่านการอบรมแล้ว เป็นตัวแทนนำข้อสอบไปยังโรงเรียนที่เป็นสนามสอบทั่วประเทศ กว่า 2,824 สนามสอบ ไม่ว่าจะอยู่เหนือสุด ใต้สุด บนเขา บนดอย บนเกาะ ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ทุรกันดาร หรืออยู่ห่างไกลเพียงไหน อาสาสมัครเหล่านี้ก็เดินทางไป เพื่อนำแสงสว่างแห่งธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไปสู่เยาวชนไทยที่กำลังรอคอย การสอบด้วยความหวัง

การสอบเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2541 ที่ผ่านมานั้น นับเป็นจุดสำคัญที่ทำให้เยาวชนไทยนับล้านเกิดการเปลี่ยนแปลง กล่าวคือ เยาวชนของชาติหันมาศึกษาธรรมะมากขึ้น และเมื่อได้ศึกษามงคลสูตรแล้ว ก็เกิดพัฒนาการด้านคุณธรรมและจริยธรรม ดังผลการวิจัยเรื่องผลกระทบเชิงสังคมโครงการตอบปัญหาธรรมะ ทางก้าวหน้าŽ ของ ผศ.นาถ พันธุนาวิน และคณะวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งได้ ชี้ให้เห็นอย่างเด่นชัดว่า ผู้บริหาร และอาจารย์ประสานงานโครงการ มีความเห็นตรงกันว่า โครงการนี้มีส่วน ในการแก้ไขพฤติกรรมของนักเรียน ในระดับที่น่าพอใจ นอกจากนี้ยังพบว่านักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ มีพฤติกรรมดีกว่านักเรียนที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการในทุกพฤติกรรมอย่างเห็นได้ชัด

ไม่เพียงแต่เยาวชนของชาติที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้นที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ แม้แต่คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง และอาจารย์ประสานงานของเยาวชนเหล่านั้น ก็ได้รับประโยชน์ ได้ศึกษาธรรมะด้วย จึงเรียกว่า นี่เป็นโครงการส่งเสริมคุณธรรมระดับชาติเลยทีเดียว เป็นโครงการระดับชาติ ที่จัดโดยเยาวชนไทย เพื่อเยาวชนไทย และคนไทยทุกคน

โครงการตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า ครั้งที่ 18 พ.ศ. 2542

ปีแห่งความสับสน

ประวัติศาสตร์การตอบปัญหาธรรมะ ทางก้าวหน้าŽ ครั้งที่ 18 ต้องจดจารึกไว้ว่า ปีการศึกษา พ.ศ. 2542 เป็นปีแห่งความสับสน

ในช่วงต้นปีผู้บริหารและอาจารย์ประสานงานหลายโรงเรียนปฏิเสธที่เข้าร่วมกิจกรรม แต่ยังมีอีกจำนวนมากที่ยืนยันว่าจะเข้าร่วมกิจกรรม ทางก้าวหน้าŽ โดยไม่สนใจว่าข่าวในทางลบเกี่ยวกับวัด พระธรรมกาย เพราะว่า  โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี มีประโยชน์กับนักเรียนŽ

หลายโรงเรียนยืนอยู่บนทางสองแพร่งในตอนต้นปี แล้วถอนตัวตอนกลางปี ในขณะที่โรงเรียน ที่ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการตั้งแต่ต้นต้องเผชิญกับสถานการณ์ในวินาทีสุดท้ายที่ต้องเลือก ระหว่างคำสั่งของกระทรวงศึกษาอันไม่เคยมีปรากฏมาก่อน และความรับผิดชอบต่อความคาดหวังของลูกศิษย์นับร้อยนับพันคนที่ตั้งใจเตรียมตัวอ่านหนังสือเพื่อมาสอบ ทางก้าวหน้าŽ ครั้งที่ 18 นี้

ในวันพฤหัสบดีที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 โรงเรียนระดับชั้นประถมศึกษาทั่วประเทศ ได้รับคำสั่งให้หยุดการเรียนการสอนในตอนบ่ายวันศุกร์ อันเป็นกำหนดเวลาสอบ ทางก้าวหน้าŽ ครั้งที่ 18 เพื่อให้อาจารย์ดูวีดีโอของกระทรวงศึกษาธิการ

ในตอนบ่ายวันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 ได้มีคำสั่งด้วยวาจาโดยทางโทรศัพท์ สั่งห้ามโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาร่วมกิจกรรม ทางก้าวหน้าŽ

ปฏิกิริยาตอบรับคำสั่งนี้มีหลายแบบ ผู้บริหารและอาจารย์ประสานงานที่เป็นข้าราชการประจำ ต่างมีเหตุผลของตนในการตัดสินใจในการสนองตอบต่อคำสั่งดังกล่าว

บรรดา Supervisors ที่เดินทางไปตามโรงเรียนที่เป็นจุดนัดหมายกับอาจารย์ประสานงาน ต่างแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้าเต็มกำลัง สติปัญญา กำลังกาย กำลังใจที่มีอยู่ นับเป็นประสบการณ์อันมีคุณค่า สอนให้ทุกคนเข้มแข็ง พร้อมที่จะกลับมาทำหน้าที่ใหม่ในปีหน้า

บัดนี้ในประวัติศาสตร์การร่วมแรงร่วมใจของนิสิตนักศึกษาในการทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ได้ปรากฏร่องรอยของความบอบช้ำ ความงุนงงสับสน ความผิดหวัง ความเศร้าโศกเสียใจ ของเยาวชนนับล้าน ที่ไม่เข้าใจเหตุผลในการตัดสินใจของผู้ใหญ่ผู้สั่งการแต่ด้วยความเพียรพยายามของหลายๆ ฝ่ายจึงทำให้มีเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 2 ล้านคน  “ ทางก้าวหน้าŽ” ก้าวสู่ระดับสากล

ในขณะเดียวกัน ทางก้าวหน้าŽ ครั้งที่ 18 นี้ ได้เดินทางเขาสู่เส้นทาง สากลŽ ซึ่งในปีนี้ได้มีองค์กรนานาชาติซึ่งเห็นความสำคัญของการพัฒนาเยาวชนได้มอบโล่รางวัลเกียรติยศจำนวน 15 โล่มาให้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเยาวชนที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศในแต่ละประเภทอีกด้วย

โครงการตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า ครั้งที่ 19 พ.ศ. 2543

สำหรับในครั้งที่ 19 ได้มีการเพิ่มระดับการสอบขึ้นอีก 2 ระดับ คือ ระดับอนุบาล 1 ถึง ระดับประถมศึกษาปีที่ 2 และระดับครูอาจารย์ ซึ่งระดับการสอบแต่เดิมนั้น นับถอยจากครั้งที่ 18 จนถึงครั้งที่ 1 นั้น โดยภาพรวมมีเพียงระดับประถมศึกษาตอนต้น ถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ระดับอุดมศึกษา และระดับนักเรียนทหาร-ตำรวจ 4 เหล่าทัพเพียงเท่านั้น แล้วที่พิเศษเพิ่มขึ้นสำหรับระดับประถมศึกษาตอนต้นถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สำหรับการสอบในปีนี้ก็คือ นอกจากจะมีรางวัลทุนการศึกษาประเภทบุคคลระดับประเทศ (ในแต่ละระดับการสอบ) ตั้งแต่รางวัลชนะเลิศจนถึงรางวัลที่ 10 เหมือนทุก ๆ ปีแล้ว ในปีนี้ ยังมีรางวัลทุนการศึกษาประเภทบุคคลระดับจังหวัด (ในแต่ละระดับการสอบ) เพิ่มเติมขึ้นมาอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีรางวัลทุนการศึกษาประเภททีม (ในแต่ละระดับการสอบ เป็นทุนการศึกษาที่มอบให้โรงเรียนเพื่อใช้ในการส่งเสริมกิจกรรมและการศึกษาพระพุทธศาสนา)

สำหรับระดับอนุบาล 1 ถึงระดับ ประถมศึกษาปีที่ 2 ที่เพิ่มขึ้นมาในการจัดการสอบในครั้งที่ 19 นี้ได้ใช้หนังสือมงคลชีวิตบัณฑิตน้อย เนื้อหาที่ใช้สอบเน้นที่มงคลที่ 1 ไม่คบคนพาล มงคลที่ 2 คบบัณฑิต มงคลที่ 3 บูชาบุคคลที่ควรบูชา มงคลที่ 11 บำรุงบิดามารดา มงคลที่ 25 มีความกตัญญู เป็นหนังสืออ้างอิง ในการสอบโดยจัดทำเป็นรูปแบบการ์ตูนธรรมะ ภาพสีสวยสด ดูแล้วทำให้เด็กน่าอ่าน ซึ่งได้รับการตอบรับจากโรงเรียนทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก

ส่วนในระดับครูอาจารย์นั้น ได้ใช้หนังสือมงคลสูตร 38 ประการ เป็นหนังสืออ้างอิงที่ใช้ในการสอบ โดยการสอบแบ่งเป็น 2 รอบ คือ รอบคัดเลือก และรอบชิงชนะเลิศ สำหรับรางวัลรอบชิงชนะเลิศจะได้รับรางวัลโล่พระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมทั้งเงินรางวัล 100 ทุน อีกทั้งรางวัลประกาศนียบัตรอีกด้วย

พร้อมกันนี้ทางองค์กรต่างประเทศทางด้านการศึกษา และการศาสนาก็ได้มอบโล่รางวัลเกียรติยศ จำนวน 18 โล่ มาให้กับเยาวชนที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศในแต่ละประเภทอีกด้วย

โครงการตอบปัญหาธรรมทางก้าวหน้า ครั้งที่ 20 พ.ศ. 2544

เพื่อเป็นการสนับสนุนส่งเสริมให้นักเรียนในระดับประถมศึกษาตอนต้นถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในเขตภูมิภาคได้มีความตื่นตัว กระตือรือร้นในการศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามากยิ่งขึ้น จึงแยกรางวัลทุนการศึกษาประเภทบุคคลระดับจังหวัด ยกเว้นกรุงเทพฯ (ในแต่ละระดับการสอบ) ออกมาต่างหาก เป็นอีกประเภทหนึ่งโดยมีรางวัลชนะเลิศถึงรางวัลที่ 20 รวมทั้งหมดถึง 1,520 ทุนการศึกษา และรางวัลทุนการศึกษาประเภทบุคคลระดับจังหวัดเฉพาะกรุงเทพฯ(ในแต่ละระดับการสอบ) โดยมีรางวัลชนะเลิศถึงรางวัลที่ 50 รวมทั้งหมดถึง 50 ทุนการศึกษา ระดับครูอาจารย์นอกจากจะใช้หนังสือมงคลชีวิตทางก้าวหน้า เนื้อหามงคลสูตร 38 ประการแล้ว ยังเพิ่มเติมหนังสือคัมภีร์กู้วิกฤติชาติ เนื้อหาสิงคาลกสูตร เพิ่มเข้าไปอีกด้วย โดยเนื้อหาที่ใช้สอบนั้น หนังสือมงคลชีวิตฉบับทางก้าวหน้า 50 เปอร์เซ็นต์ หนังสือคัมภีร์กู้วิกฤติชาติ 50 เปอร์เซ็นต์ และสำหรับการสอบในระดับอนุบาล 1 ถึง ระดับประถมศึกษา ปีที่ 2 ในครั้งที่ 20 นี้ หนังสืออ้างอิงแยกออกเป็น 2 เล่ม คือ หนังสือมงคลชีวิตบัณฑิตน้อยฉบับอนุบาล สำหรับระดับอนุบาล และหนังสือมงคลชีวิตบัณฑิตน้อยฉบับประถมสำหรับระดับประถมศึกษาปีที่ 1-2 และในปีนี้ก็อีกเช่นเดียวกันทางองค์กรต่างประเทศทางด้านการศึกษาและการศาสนาก็ได้มอบโล่รางวัลเกียรติยศจำนวน 18 โล่ ให้กับเยาวชนที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศในแต่ละประเภทอีกด้วยเช่นเดียวกัน

โครงการตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้าครั้งที่ 21 พ.ศ. 2545

สำหรับโครงการในปีนี้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐสภา โดยคณะกรรมาธิการการศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา ได้พิจารณาเห็นว่าโครงการตอบปัญหาธรรมะ ทางก้าวหน้าŽ นี้เป็นโครงการที่ช่วยส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้ศึกษาหลักธรรมในพระพุทธศาสนา ทำให้มีหลักในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง ซึ่งจะส่งผลให้ปัญหาสังคมต่างๆ อาทิเช่น ปัญหายาเสพติดและอบายมุขทั้งปวง ปัญหาครอบครัว ปัญหาอาชญากรรม และปัญหาอื่นๆ อีกมากมายนั้นลดน้อยลงไป ดังนั้นจึงได้ร่วมจัดโครงการนี้กับชมรมพุทธศาสตร์สากลในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้จัดพิมพ์หนังสือมงคลชีวิตฉบับทางก้าวหน้าโดยคณะกรรมาธิการการศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา เนื้อหามงคลสูตร 38 ประการ สำหรับการสอบในระดับประถมศึกษาตอนต้น ถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และระดับครูอาจารย์อีกด้วย พร้อมกันนี้ทางองค์กรต่างประเทศทางด้านการศึกษาและการศาสนายังได้มอบโล่รางวัลเกียรติยศจำนวน 18 โล่ ให้กับเยาวชนที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศในแต่ละประเภทอีกด้วย

โครงการตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้าครั้งที่ 22 พ.ศ. 2546

สำหรับในการจัดสอบครั้งที่ 22 นี้ ทางภาครัฐให้การสนับสนุนโครงการเป็นอย่างดี โดย คณะกรรมาธิการการศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมวุฒิสภา ได้ร่วมกันกับทางชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ ในการดำเนินกิจกรรมโครงการในด้านต่างๆ จนกระทั่งเสร็จสิ้นโครงการได้เรียบร้อยเป็นอย่างดี และยิ่ง ไปกว่านั้น สำหรับการสอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้าในระดับครูอาจารย์ในครั้งที่ 22 นี้ ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบโล่เกียรติยศ ให้กับผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับครูอาจารย์ อีกทั้ง ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็ได้มอบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติ ให้กับครูอาจารย์ทุกท่าน ที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ และประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติพิเศษสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาและอาจารย์ประสานงานหลักโครงการอีกด้วย นอกจากนี้ยังได้มีการปรับรูปแบบการสอบระดับครูอาจารย์จากการสอบประเภทบุคคลในครั้งที่ 20 และ 21 เป็นการสอบประเภททีมในครั้งที่ 22 นี้ โดยทางโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการจะต้องส่งทีมอาจารย์เข้าสอบทีมละ 3 คน และได้มีการเพิ่มเงินรางวัลระดับประเทศสำหรับรางวัลที่ 1-20 คือ จากเงินรางวัลโดยยอดรวม 229,000 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 330,000 บาท และได้มีการเพิ่มรางวัลในระดับจังหวัดคือ รางวัลที่ 1-3 เพิ่มเติมขึ้นมาอีก ดังนี้ รางวัลที่ 1 เงินรางวัล 4,500 บาท จำนวน 76 รางวัล รวมผู้ได้รับรางวัล 228 คน รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 3,000 บาท จำนวน 76 รางวัล รวมผู้ได้รับรางวัล 228 คน รางวัลที่ 3 เงินรางวัล 1,500 บาท จำนวน 76 รางวัล รวมผู้ได้รับรางวัล 228 คน ซึ่งทั้งหมดที่เพิ่มขึ้นมานี้เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจกับครูอาจารย์ทุกท่านที่เข้าร่วมสอบ ตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า ระดับครูอาจารย์ในครั้งที่ 19 นี้ด้วย นอกจากนี้ทางองค์กรต่างประเทศทางด้านการศึกษาและการศาสนายังได้มอบโล่รางวัลเกียรติยศจำนวน 17 โล่ ให้กับเยาวชนที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศในแต่ละประเภทอีกด้วย

โครงการตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า ครั้งที่ 23 พ.ศ. 2547

สำหรับในการจัดสอบตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า ครั้งที่ 23 นี้ ได้แบ่งระดับของผู้สอบเป็น 5 ระดับเหมือนในการสอบในครั้งที่ผ่านมาคือ ระดับอนุบาล 1 ถึงระดับประถมศึกษาปีที่ 2 ระดับประถมศึกษาตอนต้นถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ระดับอุดมศึกษา ระดับนักเรียนทหาร-ตำรวจ ระดับครูอาจารย์ และในปีนี้อีกเช่นเดียวกันทางภาครัฐบาลได้ให้การสนับสนุนส่งเสริมโครงการในทุกระดับของการสอบเป็นอย่างดียิ่ง โดยเริ่มตั้งแต่ คณะกรรมาธิการการศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมวุฒิสภาได้ร่วมกับทางชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ ในการดำเนินกิจกรรมโครงการในด้านต่างๆ ตลอดทั้งโครงการ และในปีนี้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งรับผิดชอบในเรื่องการศึกษาของเยาวชนตั้งแต่ในระดับอนุบาล จนถึงระดับมัธยมศึกษาปลาย ทุกสังกัด ทั่วประเทศได้ออกจากจดหมายไปถึง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทุกเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศให้ความร่วมมือในการสนับสนุนโครงการตอบปัญหาธรรมะ ทางก้าวหน้าŽ ครั้งที่ 23 ในระดับอนุบาล 1 ถึงระดับประถมศึกษาปีที่ 2 ระดับประถมศึกษาตอนต้นถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและระดับครูอาจารย์อย่างเต็มที่ และสำหรับการสอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้าในระดับครูอาจารย์ในครั้งที่ 23 นี้ ทาง ฯพณฯ พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ให้เกียรติในการมอบโล่เกียรติยศ มาให้กับผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับครูอาจารย์ อีกทั้ง ฯพณฯ นายอดิศัย โพธารามิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับเป็นประธานกิตติมศักดิ์ ประจำโครงการตอบปัญหาธรรมะ ทางก้าวหน้าŽ ครั้งที่ 23 พ.ศ. 2547 และท่านยังได้ให้เกียรติลงนามในประกาศนียบัตร เชิดชูเกียรติ เพื่อมอบให้เป็นขวัญและกำลังใจ แก่ครูอาจารย์ ตลอดจนคณะบริหาร การศึกษาที่เข้าร่วมโครงการในปีนี้อีกด้วย

4.9 หนังสือที่ใช้อ้างอิง

หนังสืออ้างอิงที่ใช้ในการสอบปีแรกคือ คำบรรยายพุทธศาสตร์และหนังสือมงคลชีวิต ของ พันเอก ปิ่น มุทุกันต์ และหนังสือสาระสำคัญจากมงคล 38 ประการ ของ อาจารย์วศิน อินทรสระ และได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต จัดพิมพ์หนังสือมงคลสูตรคำฉันท์ บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 โดยได้รับความอนุเคราะห์ค่าใช้จ่ายในการจัดพิมพ์จากคุณสวัสดิ์ โอสถานุเคราะห์ หนังสือเล่มนี้ได้ใช้เป็นหนังสืออ้างอิงสำหรับระดับอุดมศึกษาในการสอบครั้งที่ 3

ปีต่อมา คณะกรรมการชมรมพุทธศาสตร์ 6 สถาบัน ได้จัดพิมพ์หนังสือมงคลชีวิต ฉบับธรรมทายาท เล่มที่ 1 (มงคลที่ 1 - 18) คณะกรรมการมีเจ้าภาพให้ความอนุเคราะห์ในการจัดพิมพ์หนังสือ จึงสามารถแจกหนังสือให้นักเรียนทุกคนที่สมัคร ต่อมาเมื่อการสอบกระจายไปทั่วประเทศ และจำนวนนักเรียนมากขึ้น คณะกรรมการจึงต้องจัดสรรใหม่เฉพาะโรงเรียนที่สมัครใหม่ และโรงเรียนในส่วนภูมิภาคเท่านั้น

ได้มีการเปลี่ยนแปลงหนังสืออ้างอิงหลายเล่มในระหว่าง พ.ศ. 2530 - 2538 ต่อมาเมื่อจำนวนนักเรียนที่เข้าสอบเพิ่มขึ้นทุกปี คณะกรรมการได้เห็นภาระในการจัดหาหนังสือสำหรับโรงเรียนในต่างจังหวัด จึงได้เริ่มวางแผนที่จะปรับปรุงหนังสืออ้างอิงให้สอดคล้องกับสถานการณ์

ในปี พ.ศ. 2539 คณะกรรมการชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ ได้จัดพิมพ์หนังสือมงคลชีวิต ฉบับธรรมทายาท (ปรับปรุงใหม่ 2539) โดยรวมมงคลที่ 1- 38 ให้อยู่ในเล่มเดียวกัน และจำหน่ายในราคาประหยัด เพื่อให้นักเรียนสามารถเป็นเจ้าของหนังสือ และใช้อ้างอิงได้ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับอุดมศึกษา

ระดับของนักเรียนและหนังสืออ้างอิง

ระดับประถมศึกษาตอนต้น (ประถมศึกษาปีที่ 3 - 4) มงคลที่ 1 - 11

ระดับประถมศึกษาตอนปลาย (ประถมศึกษาปีที่ 5 - 6) มงคลที่ 1 - 21

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบเท่า มงคลที่ 1 - 30

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า มงคลที่ 1 - 38

ระดับอุดมศึกษา มงคลที่ 1 - 38

ระดับนักเรียนทหาร-ตำรวจ มงคลที่ 1 - 38

ในปี พ.ศ. 2542 - 2543 ได้มีการจัดพิมพ์หนังสือมงคลชีวิต ฉบับธรรมทายาท โดยมีการแก้ไขเนื้อหาในหนังสือ 2 ครั้ง ครั้งแรกใน พ.ศ. 2542 และล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2543 ได้เปลี่ยนชื่อ เป็น หนังสือมงคลชีวิต ฉบับทางก้าวหน้า (พ.ศ. 2543)

4.10 รางวัลและประกาศเกียรติคุณ

1.รางวัลโล่พระราชทาน

ประวัติศาสตร์ตอนสำคัญของ ทางก้าวหน้าŽ และการทำกิจกรรมของชมรมพุทธศาสตร์ฯ คือ การที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโล่รางวัลชนะเลิศประเภทบุคคล 10 รางวัล และประเภททีม 8 รางวัล รวม 18 รางวัล และนับเป็น พระมหากรุณาธิคุณและเกียรติประวัติอันยิ่งใหญ่แก่คณะกรรมการชมรมพุทธศาสตร์และคณาจารย์ นักเรียน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน คณะกรรมการชมรมพุทธศาสตร์สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ใน พ.ศ. 2532 คณะกรรมการชมรมพุทธศาสตร์ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกวาระหนึ่ง เมื่อทรงได้พระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโล่รางวัลชนะเลิศประเภทนักเรียน ทหาร ตำรวจ เป็นประจำตลอดไปทุกปี

2.รางวัลโล่เกียรติยศในประเทศ

นับเป็นเกียรติประวัติอย่างยิ่งที่ทั้งรัฐสภาและรัฐบาลคือ ผู้ปกครองและผู้บริหารระดับสูงของประเทศได้ให้ความสำคัญต่อการปลูกฝังศีลธรรม โดยได้มอบโล่เกียรติยศให้กับครูอาจารย์ที่ได้รับรางวัลรอบชิงชนะเลิศ ในการสอบตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้าระดับครูอาจารย์ เช่น ฯพณฯ ประธานวุฒิสภา ได้มอบโล่เกียรติยศให้ในการตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้าครั้งที่ 19 ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้มอบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติในการตอบปัญหาฯ ครั้งที่ 22 เป็นต้น

3.รางวัลโล่เกียรติยศต่างประเทศ

นับเป็นเกียรติประวัติอย่างสูงที่องค์กรทางด้านการศึกษาและทางด้านศาสนาต่างประเทศได้เล็งเห็น ถึงความสำคัญของการปลูกฝังศีลธรรม และการสร้างสันติภาพขึ้นภายในจิตใจของเยาวชนจึงได้มอบโล่เกียรติยศมาให้เยาวชนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในการตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้าทุกระดับตั้งแต่ครั้งที่ 18 เป็นต้นมาจนถึงการสอบครั้งปัจจุบันนี้ เช่น โล่เกียรติยศจาก ดร.โรเบิร์ต มูลเลอร์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเพื่อสันติภาพแห่งองค์การสหประชาชาติ คุณมิทเชลล์ โกลด์ รองประธานฝ่ายกิจการทวีปอเมริกาเหนือ องค์กรระหว่างประเทศของนักการศึกษาเพื่อสันติภาพโลก ดร.ออสกา อารีอาส อดีตประธานาธิบดี คอสตาริกา ผู้ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพปี 1987 ฯพณฯ รัตนศิริ วิศรามาณ นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศศรีลังกา ท่านเซอริง วางดิ ริมโปเช ประธานองค์กรเพื่อการรักษาและพัฒนาสังฆมณฑล แห่งประเทศภูฏาน องค์กังเชนลามะ ประธานองค์กรลามะกังเชนเพื่อสันติภาพ ประเทศอิตาลี ท่านจีกวาง ซูไม ประธานมูลนิธิพุทธศาสตร์หนึ่งอิน ซันวอน ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี(เกาหลีใต้) ศาสตราจารย์ ดร.ฮานส์ เจ.เอ.แวน กินเคิล อธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งองค์การสหประชาชาติ ดร.นีน่า ลินน์ มีเยอร์ฮอฟ ประธานองค์กรยุวชนโลก ดร.สุนิตา คานธี ประธานสภาการศึกษาโลก เป็นต้น

4.รางวัลอื่นๆ

การจัดแข่งขันตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า นอกจากจะมีโล่รางวัลแล้ว ยังมีรางวัลอื่นๆ เช่น รางวัลทุนการศึกษาซึ่งแบ่งเป็นประเภท และระดับต่างๆ เช่น รางวัลทุนการศึกษา ประเภทบุคคลระดับประเทศ (ในแต่ละระดับการสอบ) รางวัลทุนการศึกษา ประเภทบุคคล ระดับจังหวัด (ในแต่ละระดับการสอบ) รางวัลทุนการศึกษาประเภททีมระดับประเทศ (ในแต่ละระดับการสอบ) เพื่อใช้ในการส่งเสริมกิจกรรมและ การศึกษาพระพุทธศาสนา

นอกจากนี้ยังมีรางวัล ประกาศนียบัตรสำหรับนักเรียน สำหรับโรงเรียน ผู้บริหารสถานศึกษา และอาจารย์ประสานงานหลัก ทั้งระดับประเทศและระดับจังหวัด

สถิติยอดรวมจำนวนนักเรียนและโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ

โครงการตอบปัญหาธรรมะ “ ทางก้าวหน้า” ครั้งที่ 1 - 231)

ปี ทางก้าวหน้าครั้งที่ ยอดรวมจำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ(คน) จำนวนโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ(โรงเรียน)
2525 1 382 90
2526 2 1,216 250
2527 3 2,623 494
2528 4 5,693 434
2529 5 6,470 470
2530 6 4,778 570
2531 7 9,581 666
2532 8 11,244 506
2533 9 13,051 469
2534 10 19,047 560
2535 11 19,916 561
2536 12 24,431 626
2537 13 26,269 651
2538 14 38,178 634
2539 15 51,311 712
2540 16 92,554 655
2541 17 1,355,154 4,106
2542 18 2,318,329 11,242
2543 19 3,262,884 13,172
2544 20 3,916,300 13,547
2545 21 4,039,673 13,208
2546 22 4,067,372 13,458
2547 23 4,091,619 15,160
2548 24 4,138,501 14,480

4.11 ทางก้าวหน้า : ก้าวใหม่พาก้าวไกลไปสู่ระดับนานาชาติ

ปีสากลแห่งวัฒนธรรมสันติภาพ : องค์การยูเนสโก โดยมติสมัชชาใหญ่ สหประชาชาติ ปี 1998 ได้รับมอบหมายจากภาคีสมาชิก ให้เป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมวัฒนธรรมสันติภาพ เนื่องในโอกาสที่ สหประชาติได้ประกาศให้ปี 2000 เป็นปีสากลแห่งวัฒนธรรมสันติภาพ และให้ทศวรรษนี้คือปี 2001 ถึง 2010 เป็นทศวรรษของเยาวชนโลก เพื่อวัฒนธรรมสันติภาพและการไม่ใช้ความรุนแรง (International Decade for a Culture of Peace and Non-violence for the Children of the World) ชมรมพุทธศาสตร์สากล ในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้เข้าร่วมเครือข่ายโลก ในการสร้างวัฒนธรรรมสันติภาพร่วมกับยูเนสโก ตั้งแต่เมษายน พ.ศ. 2543 และในปี พ.ศ. 2544 โครงการตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้าก็ร่วมในโครงการส่งเสริมวัฒนธรรมสันติภาพของยูเนสโก  ทางก้าวหน้า พาก้าวไกลŽ อยู่ในหมวดส่งเสริม การศึกษาเพื่อวัฒนธรรมสันติภาพและความไม่รุนแรงŽ นับเป็นโครงการที่ได้ดำเนินการอย่างประสบความสำเร็จมาแล้ว มีเครือข่ายเยาวชนในโครงการกว่าสี่ล้านคน ทั่วประเทศ ประกอบด้วยอาสาสมัครเยาวชนกว่า 5,000 คน นักวิชาการ นักการศึกษา ในโรงเรียนและสถาบันการศึกษาต่างๆ มากกว่า 4,000 สถาบัน วันนี้ ทางก้าวหน้า พาก้าวไกลŽ นำเยาวชนเข้าร่วมเครือข่ายโลกในการปลูกฝังวัฒนธรรมสันติภาพและความไม่รุนแรง ร่วมกับยูเนสโก และองค์กรต่างๆ ทั่วโลกกว่า 1,800 องค์กร

โครงการทางก้าวหน้า เป็นโครงการเชิงการทำหน้าที่กัลยาณมิตรที่เริ่มจากระดับเล็ก ภายในสถาบันการศึกษา จนแผ่ขยายออกมาจนปัจจุบันอยู่ในระดับสากล ได้รับการเชิญเข้าร่วมประชุมระดับนานาชาติเป็นประจำทุกปีและหลายครั้ง เช่น การประชุมที่เจนีวา อนาคตเยาวชนของเรา (Future of Our Children)Ž ณ มหาวิทยาลัยเจนีวา เมืองเจนีวา ระหว่างวันที่ 4 - 8 กันยายน พ.ศ. 2543 ชมรมพุทธ-ศาสตร์สากลฯ และมูลนิธิธรรมกาย ร่วมกันนำเสนอผลงานทางก้าวหน้า (Path of Progress) และ บ้านแสงสว่าง (Home of Peace) ในการประชุมระหว่างประเทศด้านการศึกษาและสันติภาพ (Education for Peace International Meeting) และจะนำผลการประชุมเสนอต่อองค์การสหประชาชาติ เอเจนซี่ (Agency) และผู้แทนรัฐบาลที่เจนีวา

การประชุมนานาชาติภายใต้หัวข้อ The Future of Our ChildrenŽ จัดขึ้นในเดือนกันยายน พ.ศ. 2543 ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เพื่อนำไปเสนอโครงการการศึกษาเพื่อสันติภาพกว่า 100 โครงการจาก 22 ประเทศทั่วโลก รวมถึงชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ

การประชุมครั้งที่สอง จัดเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2545 ที่เมือง Sao Paolo, Brazil ในหัวข้อ Building a Planetary Culture : Peace and Global CitizenshipŽ ซึ่งในครั้งนี้ โครงการทางก้าวหน้าของชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ ก็ยังได้รับการกล่าวขวัญกันในฐานะโครงการที่สามารถทำให้เยาวชน เลิกยาเสพติดได้

การประชุมนานาชาติระดับภูมิภาคของ Globalnet ในประเทศไทย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545 ในหัวข้อ Building a Culture of Peace : Asian InitiativeŽ โดยได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมาธิการการศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมวุฒิสภา ชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ ในฐานะองค์กรเครือข่ายของ Globalnet ก็ได้มีโอกาสอีกครั้ง เพื่อเข้าร่วมอภิปรายถึงแนวทางการสร้างสันติภาพด้วยการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาคุณธรรม รวมถึงได้นำเสนอผลงานได้แก่ โครงการตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้าและโครงการบ้านแสงสว่าง ในฐานะโครงการการศึกษาเพื่อสันติภาพโดยมุ่งเน้นการปลูกฝังด้านคุณธรรมจริยธรรมให้แก่เยาวชน ซึ่งเป็นดั่งต้นกล้าให้เป็นอนาคตของประเทศและสังคมโลกที่ดีสืบไป

การเข้าร่วมประชุมประจำปี DPI/NGO ครั้งที่ 56 ณ สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา ปี พ.ศ. 2546 ในหัวข้อ สวัสดิภาพและศักดิ์ศรีแห่งมนุษยชาติŽ (Humam Security and Dignity : Fulfilling the Promise of the United Nations) ระหว่างวันที่ 8-10 กันยายน พ.ศ. 2546 ณ มหานครนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา

ในวาระนี้ชมรมพุทธศาสตร์สากล ในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมและนำเสนอผลงาน ซึ่งโครงการตอบปัญหาธรรมะ ทางก้าวหน้าŽ ถูกบรรจุเข้าสู่วาระการประชุม Midday Workshop ในหัวข้อ การบรรลุวุฒิภาวะของเยาวชนผ่านมิติทางจิตวิญญาณแห่งสันติภาพŽ (The Psychological Aspect of Peace from Youth through Maturity)

4.12 ผลดีที่เกิดขึ้นในการดำเนินโครงการฯ

สำหรับผลดีที่เกิดขึ้นในการดำเนินโครงการฯ ทางก้าวหน้าŽ นั้น ได้มีคณาจารย์จากมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์อันได้แก่ ผศ.ดร.สมสุดา ผู้พัฒน์ ผศ.ดร.นาถ พันธุมนาวิน และอาจารย์สุรพันธ์ เพชราภา ได้ทำการวิจัยถึง ผลกระทบของโครงการปลูกฝังศีลธรรมด้วยการสอบปัญหาธรรม ขึ้นในปี พ.ศ. 2543 โดยได้คัดเลือกโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการนี้มาเป็นเวลา 7 ปี และส่งนักเรียนเข้าร่วมสอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้า อย่างน้อย 3 ครั้ง จากโรงเรียนทั่วประเทศที่คัดเลือกได้ตามคุณสมบัติในเบื้องต้นได้จำนวน 107 โรงเรียน โดยสุ่มตัวอย่างจากกลุ่มที่ 1 ครูผู้ประสานงานโครงการจำนวน 71 คน กลุ่มที่ 2 เพื่อนครูผู้ประสานงานจำนวน 184 คน กลุ่มที่ 3 นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 2,893 คน กลุ่มที่ 4 นักเรียนที่ไม่เข้าร่วมโครงการจำนวน 1,248 คน โดยผู้วิจัยได้จำแนกผลกระทบของโครงการออกเป็น 3 ด้าน ซึ่งจะขอยกมาเฉพาะในประเด็นที่ตรงกันหัวข้อวิทยานิพนธ์ที่ผู้วิจัยได้ทำในหัวข้อนี้เท่านั้นคือ

1.ระดับนักเรียน : พฤติกรรมศีลธรรม

2.ระดับครูผู้ประสานงาน : พฤติกรรมศีลธรรม

3.ระดับโรงเรียน : การแก้ไขพฤติกรรมปัญหาของนักเรียนทั้งโรงเรียน

1.ผลกระทบของโครงการในระดับนักเรียน

พฤติกรรมศีลธรรม

ผลกระทบของโครงการปลูกฝังศีลธรรมด้วยการสอบปัญหาธรรมะ ส่งผลต่อพฤติกรรม ศีลธรรมของนักเรียนเป็นอย่างยิ่ง คือ เมื่อศึกษาเปรียบเทียบพฤติกรรมศีลธรรมของนักเรียนที่เข้าร่วม และไม่เข้าร่วมโครงการ ปรากฏว่า นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการมีพฤติกรรมศีลธรรมสูงกว่านักเรียนที่ ไม่เข้าร่วมโครงการอย่างเห็นได้เด่นชัด กล่าวคือ นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการแสดงพฤติกรรมดังต่อไปนี้ มากกว่านักเรียนที่ไม่เข้าร่วมโครงการ คือ ทำความเคารพด้วยการไหว้คุณครูทุกครั้งที่พบ ส่งการบ้านอย่างสม่ำเสมอ เข้าชั้นเรียนตรงเวลา ไม่ถือวิสาสะหยิบของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ใช้เวลาว่างให้ เป็นประโยชน์ด้วยการทำการบ้านหรืออ่านหนังสือ ไม่คบเพื่อนที่มีนิสัยเกเร รักการอ่านหนังสือเรียนหรือหนังสือเสริมการเรียนรู้ ไม่รังแกเพื่อน ไม่ผูกโกรธ รู้จักให้อภัยเพื่อน เลิกการสูบบุหรี่ เลิกเล่นการพนัน เลิกดื่มสุรา มีความอดทนในการอ่านหนังสือได้นานขึ้น มีความสุขุมรอบคอบ ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต รับอาสาช่วยงานครูผู้ประสานงาน ไม่กล่าวคำเท็จ ไม่พูดคำหยาบ ชักชวนเพื่อน เข้าร่วมโครงการ ปลูกฝังศีลธรรม ชอบอ่านหนังสือธรรมะมากขึ้น ชอบชักชวนเพื่อนๆ มานั่งสมาธิ ชอบเล่าธรรมะให้เพื่อนๆ ฟัง

2.ผลกระทบของโครงการในระดับอาจารย์ประสานงาน

พฤติกรรมศีลธรรม

จากการวิจัยถึงผลกระทบของโครงการปลูกฝังศีลธรรมด้วยการสอบปัญหาธรรมะส่งผลต่อพฤติกรรม ศีลธรรมของครูผู้ประสานงานอย่างมากอีกด้วย คือทำให้ครูผู้ประสานงาน ลด ละ เลิก อบายมุข และในขณะเดียวกันก็หันมาประพฤติปฏิบัติธรรมมากขึ้น โดยเปรียบเทียบพฤติกรรมศีลธรรมก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการ ได้ผลการประเมินแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมศีลธรรมของครูผู้ประสานงานดังนี้

ครูผู้ประสานงานลดการแสดงพฤติกรรมทุศีลธรรม หรือความประพฤติในทางเสื่อมด้านต่างๆ ลงดังนี้ ลดการนินทาว่าร้าย ลดการขาดสอนโดยไม่จำเป็น ลดการซื้อหวยล็อตเตอรี่ ลดการเล่นแชร์ ลดการดื่มสุราและของมึนเมา ลดการซื้อของฟุ่มเฟือย ลดการเที่ยวสถานเริงรมย์ ลดการสะเดาะเคราะห์ ลดการสูบบุหรี่ ลดการพนันบอล / มวยตู้

ขณะเดียวกัน ครูผู้ประสานงานก็แสดงพฤติกรรมศีลธรรมหรือความประพฤติที่ดีงามในด้าน ต่างๆ เพิ่มขึ้นด้วย ดังนี้ นั่งสมาธิมากขึ้น เข้าสอนตรงเวลามากขึ้น ไปวัดทำบุญมากขึ้น ทำบุญตักบาตรมากขึ้น อ่านหนังสือธรรมะมากขึ้น มีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมงานมากขึ้น นำนักเรียนสวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิ มากขึ้น รักษาศีลบ่อยขึ้น

3.ผลกระทบของโครงการในระดับโรงเรียน

การมีส่วนแก้ไขพฤติกรรมปัญหาของนักเรียน

จากการวิจัยพบว่าผู้บริหารโรงเรียนและครูประสานงานเห็นด้วยว่า โครงการนี้มีส่วนในการแก้ไขพฤติกรรมปัญหาของนักเรียนทั้งโรงเรียนได้ชัดเจน โดยโครงการนี้มีส่วนแก้ไขพฤติกรรมการมาโรงเรียนสายของนักเรียนทั้งโรงเรียน การไม่มาโรงเรียนของนักเรียนทั้งโรงเรียน การมาโรงเรียนแต่ไม่เข้าห้องเรียนของนักเรียนทั้งโรงเรียน การชกต่อยทะเลาะวิวาทกันในโรงเรียน การรังแกเพื่อนของนักเรียนทั้งโรงเรียน การแต่งกายผิดระเบียบของนักเรียนทั้งโรงเรียน การทิ้งขยะในโรงเรียนของนักเรียนทั้งโรงเรียน การไม่สนใจเรียนหนังสือของนักเรียนทั้งโรงเรียน การซื้อของฟุ่มเฟือยของนักเรียนทั้งโรงเรียน การพูดคำหยาบของนักเรียนทั้งโรงเรียน การเล่นการพนันของนักเรียนทั้งโรงเรียน การสูบบุหรี่ของนักเรียนทั้งโรงเรียน การดื่มสุราและของมึนเมาของนักเรียนทั้งโรงเรียน การเสพยาบ้า ของนักเรียนทั้งโรงเรียน การลักขโมยของนักเรียนทั้งโรงเรียน การเที่ยวกลางคืนของนักเรียนทั้งโรงเรียน การเที่ยวผู้หญิง ของนักเรียนทั้งโรงเรียน พฤติกรรมชู้สาวของนักเรียนทั้งโรงเรียนมากที่สุด

กล่าวสรุปโดยภาพรวมของโครงการ

1.ผลกระทบของโครงการในระดับนักเรียน มีผลทำให้นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการมีพฤติกรรม ศีลธรรมดีกว่าหรือมากกว่านักเรียนที่ไม่เข้าร่วมโครงการอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ

2.ผลกระทบของโครงการในระดับอาจารย์ประสานงาน มีผลทำให้อาจารย์ประสานงานมีพฤติกรรมทุศีลธรรมลดลง ในขณะที่พฤติกรรมศีลธรรมเพิ่มมากขึ้น

3.ผลกระทบของโครงการในระดับโรงเรียน ทั้งผู้บริหารโรงเรียนและครูประสานงานมีความ เห็นพ้องร่วมกันว่า โครงการนี้มีส่วนแก้ไขพฤติกรรมปัญหาของนักเรียนทั้งโรงเรียนได้มากที่สุด

จากรายการการวิจัยที่ทางคณาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ทำการวิจัยถึงผลกระทบของโครงการปลูกฝังศีลธรรมด้วยการสอบปัญหาธรรมะ นั้นจะเห็นได้ว่าเกิดผลดีในเชิงพฤติกรรมศีลธรรมกับ ผู้ที่เข้าร่วมโครงการไม่ว่าจะเป็นนักเรียน ครู อาจารย์ และโรงเรียนที่เข้าโครงการเป็นอย่างดียิ่ง

1) แผนกข้อมูลสถิติ, ศูนย์สารสนเทศ, ชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ, สำนักพัฒนาเยาวชนโลก, ข้อมูลสถิติยอดรวมจำนวนนักเรียนและโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการตอบปัญหาธรรมะ “ ทางก้าวหน้า” ครั้งที่ 1 - 24 , ปี 2525-2548.
df303/4.txt · แก้ไขครั้งล่าสุด: 2015/03/15 16:55 (แก้ไขภายนอก)
 
เว้นแต่จะได้แจ้งไว้เป็นอื่นใด เนื้อหาบนวิกินี้ถูกกำหนดสิทธิ์ไว้ภายใต้สัญญาอนุญาติต่อไปนี้: CC Attribution-Noncommercial 3.0 Unported
Recent changes RSS feed Donate Powered by PHP Valid XHTML 1.0 Valid CSS Driven by DokuWiki