df303:3 [Dou book online]
 

บทที่ 3 สถาบันการศึกษากัลยาณมิตร

เนื้อหาบทที่ 3 สถาบันการศึกษากัลยาณมิตร

  • 3.1 โรงเรียนกัลยาณมิตร
  • 3.2 สถาบันการศึกษากัลยาณมิตร
  • 3.3 ชมรมพุทธศาสตร์ในสถาบันการศึกษา

แนวคิด

1.สถาบันการศึกษาสามารถเป็นแหล่งให้การอบรมและปลูกฝังทั้งวิชาความรู้และคุณธรรมได้

2.สถาบันการศึกษา ควรจะมีกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เกิดทั้งความรู้และการเป็นผู้มีคุณธรรม

3.การมีความรู้เพียงอย่างเดียวไม่พอ จำเป็นจะต้องฝึกฝนตนเองให้มีคุณธรรมด้วย

วัตถุประสงค์

1.เพื่อแสดงให้เห็นว่าสถาบันการศึกษาก็สามารถเป็นกัลยาณมิตรได้

2.เพื่อให้ทราบถึงลักษณะของการทำกิจกรรมเชิงกัลยาณมิตรในสถาบันการศึกษา

3.เพื่อสร้างแนวคิดที่จะตั้งชมรมเพื่อทำกิจกรรมกัลยาณมิตรในสถาบันการศึกษา

สถาบันการศึกษากัลยาณมิตรในที่นี้หมายถึง โรงเรียน วิทยาลัย และมหาวิทยาลัย และรวมความถึง สถาบันที่ตั้งขึ้นเพื่อการให้การศึกษาที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ซึ่งสถาบันทั้งหลายดังกล่าว ถือเป็นสถาบันสำคัญที่จะมีส่วนในการปลูกฝังศีลธรรม ตลอดจนการชี้นำผู้คนให้เห็นความสำคัญและเป้าหมายของชีวิตที่ถูกต้องดีงาม หากสถาบันทั้งหลายดังกล่าวเป็นสถาบันการศึกษากัลยาณมิตร กล่าวคือมิได้ให้เพียงความรู้ทางโลกที่สามารถนำเอาไปประกอบอาชีพได้เท่านั้น หากสามารถปลูกฝังคุณธรรมให้ผู้คนมีความเก่งและดีด้วยแล้ว ย่อมได้ชื่อว่าเป็นสถาบันการศึกษากัลยาณมิตร ทั้งนี้ การจะเป็นสถาบันการศึกษากัลยาณมิตรนั้น มิได้เป็นเพียงลักษณะที่ผู้บริหาร คณาจารย์ เป็นผู้นำในการทำกิจกรรมที่เป็นไปเพื่อการปลูกฝังคุณธรรมเท่านั้น หากยังมีลักษณะที่นักเรียนนิสิตนักศึกษาในสถาบันนั้นๆ เป็นผู้นำในการจัดกิจกรรมที่ดีนั้นๆ ได้ด้วย เช่น การตั้งชมรม หรือกลุ่ม เป็นต้น

3.1 โรงเรียนกัลยาณมิตร

โรงเรียนกัลยาณมิตรแต่ละโรงเรียน ต่างมีจุดมุ่งหมายเหมือนกันในการฝึกอบรมนักเรียนให้มีอริยวินัย มีลักษณะนิสัยเข้าเกณฑ์มาตรฐานคุณสมบัติของคนดีที่โลกต้องการ 4 ประการ คุณสมบัติของมิตรแท้ 16 ประการ คุณสมบัติของกัลยาณมิตร 7 ประการ ดังที่กล่าวมาแล้วในบทที่ 2 ซึ่งขอรวมเรียกคุณสมบัติเหล่านี้โดยสรุปว่ากัลยาณมิตรŽ

การฝึกอบรมนักเรียนให้เป็นกัลยาณมิตร

การฝึกอบรมนักเรียนให้เป็นกัลยาณมิตรจำเป็นจะต้องจัดทำโครงการฝึกอบรมด้านธรรมะ ทั้งภาคปริยัติและภาคปฏิบัติ กล่าวคือ ปัญหาการเรียนการสอนธรรมะตามโรงเรียนต่างๆ ในประเทศไทยที่มีต่อเนื่องกันมาช้านานก็คือครูอาจารย์ผู้สอนวิชาศีลธรรมไม่มีความรู้ในวิชาที่สอนอย่างแท้จริง ไม่สามารถ อธิบายขยายความหัวข้อธรรมต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในหลักสูตรและตำราเรียนให้นักเรียนเกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งพอที่จะนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้จริง

ในที่สุดจึงกลายเป็นว่าทั้งครูทั้งนักเรียนต่างมองไม่ใคร่เห็นประโยชน์ของธรรมะ ธรรมะเป็นของโบราณ ไม่เหมาะกับสภาพสังคมสมัยใหม่ ดังนั้นการเรียนการสอนวิชาพระพุทธศาสนาในโรงเรียน จึงกลายเป็น เรื่องน่าเบื่อหน่ายสำหรับทั้งนักเรียนและครูผู้สอน จนเป็นเหตุให้นักการศึกษาหัวตะวันตกพยายาม เสนอแนะให้ตัดวิชาพระพุทธศาสนาออกจากหลักสูตร ทั้งๆ ที่วิชานี้มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิตอย่างสันติสุข กรณีนี้ก็คงเป็นทำนองเดียวกับวานรได้แก้วนั่นเอง

ดังนั้น เพื่อที่จะแก้ปัญหาดังกล่าว โรงเรียนกัลยาณมิตรที่อยู่ในท้องที่เดียวกันหลายๆ โรงเรียน ควรประสานความร่วมมือกันในการทำโครงการโรงเรียนกัลยาณมิตร โดยร่วมกันจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการสำหรับครูอาจารย์ที่สอนวิชาพระพุทธศาสนา เพื่อร่วมกันทำสาระการเรียนรู้ ทำตำราเรียนและเพื่อวางแนวทางการจัดกิจกรรมทั้งในและนอกหลักสูตร โดยนิมนต์พระสงฆ์ผู้ทรงภูมิรู้ภูมิธรรม จากวัดกัลยาณมิตรมาเป็นวิทยากรบ้าง เชิญครูอาจารย์ที่ประสบความสำเร็จในการจัดทำโรงเรียนกัลยาณมิตรบ้าง หรือเชิญผู้ปกครองนักเรียนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการสอนวิชาพระพุทธศาสนาภาคปริยัติหรือ ปฏิบัติ หรือทั้ง 2 อย่าง มาเป็นวิทยาการในการอบรมมาสัมมนาบ้าง ย่อมจะสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้ในระดับหนึ่ง

นอกจากนี้ก็ควรปรึกษาหารือกันถึงแหล่งทรัพยากร สำหรับให้นักเรียนได้ไปค้นคว้าความรู้ประกอบการเรียน เช่น รายชื่อหนังสือ ตำรับตำราทางพระพุทธศาสนา นอกเหนือจากพระไตรปิฎก และอรรถกถาแปล รวมทั้งรายชื่อห้องสมุดสาธารณะ ที่มีตำรับตำราทางพระพุทธศาสนา พอที่จะให้นักเรียนสามารถไปศึกษาค้นคว้าประกอบการทำรายงาน หรือการอภิปรายในชั้นเรียน

นอกจากความร่วมมือระหว่างครูอาจารย์โรงเรียนกัลยาณมิตรในการจัดทำเรื่องต่างๆ ดังกล่าวแล้ว ยังอาจจัดให้นักเรียนแต่ละโรงเรียนทำกิจกรรมร่วมกันเป็นครั้งคราวตามความเหมาะสม เช่น การจัด ตอบปัญหาธรรมะในกลุ่มโรงเรียนกัลยาณมิตรที่อยู่ในเขตท้องที่เดียวกัน การจัดนิทรรศการทางก้าวหน้าหรือการจัดกิจกรรมค่ายคุณธรรมระหว่างปิดภาคเรียนฤดูร้อน โดยใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์ และใช้สถานที่ในโรงเรียนหนึ่ง แล้วเชิญอีกโรงเรียนหนึ่งให้ส่งนักเรียนมาเข้าค่ายอบรมด้วย โดยหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไปตามโรงเรียน ต่างๆ ซึ่งในการจัดค่ายอบรมแต่ละครั้งแต่ละแห่ง จะประกอบด้วยโรงเรียนเจ้าภาพหนึ่งโรงเรียน และโรงเรียนที่เป็นแขกรับเชิญหนึ่งโรงเรียน อย่างไรก็ตามเพี่อความสะดวกในการควบคุมดูแลของอาจารย์ทั้งสองโรงเรียน และเพื่อให้การอบรมได้ผลอย่างจริงจัง จำเป็นต้องไม่ให้จำนวนนักเรียนมากเกินไป ถ้ามีนักเรียนเป็นจำนวนมากก็ควรแบ่งออกเป็นหลายชุดหลายรุ่น ตามความเหมาะสม

อนึ่ง โรงเรียนกัลยาณมิตร ที่ประสบความสำเร็จ ในการจัดกิจกรรมนอกหลักสูตรภายในโรงเรียนของตน อาจจะสามารถจัดกิจกรรมนอกหลักสูตรระหว่างโรงเรียนขึ้นได้ โดยไม่มีปัญหายุ่งยาก การสร้างเครือข่ายโรงเรียนกัลยาณมิตร จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการสร้างเครือข่ายคนดีให้เกิดขึ้นใน สังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ใหญ่กับกลุ่มเยาวชน กลุ่มผู้ใหญ่ได้แก่ครูบาอาจารย์กับผู้ปกครองนักเรียน กลุ่มเยาวชนได้แก่นักเรียนในโรงเรียนกัลยาณมิตรที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน

ถ้าการทำกิจกรรมของโรงเรียนกัลยาณมิตรแต่ละแห่ง บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ ต่อแต่นี้ไปปัญหานักเรียนต่างสถาบันยกพวกตีกัน ฆ่ากัน จะไม่เกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน ยิ่งกว่านั้น เมื่อเยาวชนจากโรงเรียนกัลยาณมิตร เติบโตเป็นผู้ใหญ่พวกเขาก็จะเป็นประชาชนที่มีอริยวินัย มีสัมมาทิฏฐิ คือมีความเข้าใจถูกในเรื่องโลกและชีวิต ย่อมส่งผลให้พวกเขาคิดถูก พูดถูก และทำถูก คือทำแต่สิ่งที่ ถูกต้องและดีงาม ตามแบบอย่างของบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นกัลยาณมิตร เมื่อสมาชิกในสังคมมีแต่กัลยาณมิตร คนประเภทมิตรเทียมย่อมสูญพันธุ์ไปโดยปริยาย สังคมนั้นย่อมมีสันติสุขอย่างแท้จริง ความคิดเช่นนี้ บางท่านอาจจะมองว่าเป็นความเพ้อฝัน จริงอยู่ในเบื้องต้นอาจจะทำให้ท่านรู้สึกเช่นนั้น ทว่าถ้าทุกคน ตั้งใจสร้างอริยวินัยให้เกิดขึ้นในตนเองให้ได้ คุณสมบัติของกัลยาณมิตรจะพัฒนาขึ้นในตัวเราโดยปริยาย และแล้วต่างคนต่างก็ตั้งใจเป็นกัลยาณมิตรให้แก่กันและกันโดยตลอด ความฝันย่อมจะกลายเป็น ความจริงอีกไม่นานเกินรอ

3.2 สถาบันการศึกษากัลยาณมิตร

สถาบันการศึกษากัลยาณมิตร นอกจากจะหมายถึงโรงเรียนแล้ว ยังหมายถึง วิทยาลัย และมหาวิทยาลัย ตลอดจนสถานศึกษาต่างๆ ที่นอกจากจะมีการเรียนการสอนทางด้านวิชาการทั่วไปทางโลกแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการปลูกฝังคุณธรรม ศีลธรรม จนทำให้มีกิจกรรมตลอดจนโครงการต่างๆ ปรากฏอย่างชัดเจน เช่น มีการจัดนิทรรศการธรรมะ การจัดทำบุญเนื่องในเทศกาลต่างๆ อยู่อย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งการจัดให้มีการตั้งกลุ่มหรือชมรมทางพระพุทธศาสนา

ชมรมพุทธศาสตร์ ในสถาบันการศึกษา จะเป็นศูนย์รวมการทำกิจกรรมทางศีลธรรมของเยาวชน เพื่อฝึกฝนและปลูกฝังให้เป็นผู้ยึดมั่นในการทำความดี ชมรมทางพระพุทธศาสนาจะส่งเสริมให้เยาวชนมีแนวทางและกำลังใจในการสร้างความดี เรียนรู้ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและฝึกฝนอบรมตนเอง ผ่านกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาต่างๆ อาทิ พิธีไหว้ครู ค่ายคุณธรรม จัดตักบาตร สวดมนต์ นั่งสมาธิ ฯลฯ ซึ่งกิจกรรมของชมรมทางพระพุทธศาสนาที่กำลังมีผลงานทั้งระดับประเทศแล้ว ยังมีกิจกรรมขยายไปยังนานาชาติอีกด้วย ซึ่งก็คือชมรมพุทธศาสตร์สากล ในอุปถัมภ์ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ โดยชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ และศิษย์เก่าชมรมพุทธฯ นอกจากจะมีกิจกรรมเพื่อการส่งเสริมศีลธรรมของเยาวชนแล้ว ยังได้ส่งเสริมสนับสนุนการทำงานกิจกรรมต่างๆ ในสถาบันอุดมศึกษาทั้งภาครัฐบาลและเอกชน

ความเป็นมาโดยสังเขปของชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ นั้น เริ่มมาจากการจัดนิทรรศการ ทางก้าวหน้าŽ ของชมรมพุทธฯ 6 สถาบัน ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ พ.ศ. 2525 จากนั้น การตอบปัญหาธรรมะ ทางก้าวหน้าŽ ได้ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมทั้งการรวมกลุ่มทำกิจกรรมของชมรมพุทธฯ ในระดับอุดมศึกษาได้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก จนถึงปี พ.ศ. 2534 ศิษย์เก่าชมรมพุทธศาสตร์จำนวนหนึ่งจากหลายสถาบัน ได้รวมกันเป็นกลุ่มทำงาน อุทิศตนเพื่อรองรับภารกิจในการประสานงาน ต่อจากชมรมพุทธศาสตร์ฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการนี้ได้รับความเมตตาจากเจ้าประคุณสมเด็จ-พระพุทธชินวงศ์ (สุวรรณ สุวณฺณโชโต ป.ธ.7) เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรฯ รับเป็นองค์อุปถัมภ์ จนถึงวันที่ 17 พ.ย. 2540

ต่อมาได้กราบอาราธนาสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นองค์อุปถัมภ์ และได้ใช้ชื่อ ชมรมพุทธศาสตร์-สากล ในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์Ž โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังคุณธรรมตามหลักคำสอนในพระพุทธศาสนา ให้หยั่งลึกในใจของเยาวชนทุกระดับชั้น เพื่อให้เยาวชนมีความรู้คู่คุณธรรมอย่างแท้จริง

ชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ ได้จัดกิจกรรมต่างๆ จนปรากฏผลงานที่ก่อให้เกิดคนดีในสังคมอย่างมากมาย เช่น

1.การแข่งขันตอบปัญหาธรรมะ ทางก้าวหน้าŽ ซึ่งจัดสอบเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่มี พ.ศ. 2525 เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เยาวชนทั่วประเทศ ทุกระดับชั้น ได้หันมาสนใจธรรมะ มงคลสูตร 38 ประการŽ และสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยในปี พ.ศ. 2541 เป็นต้นมา มีจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการนับล้านคน และโครงการทางก้าวหน้าŽ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานโล่รางวัลชนะเลิศ และได้รับการยอมรับจากองค์การสหประชาชาติ ให้เป็นหนึ่งใน โครงการทศวรรษแห่งสันติภาพและความไม่รุนแรงŽ นอกจากนี้ยังมีทุนการศึกษาและประกาศนียบัตร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

2.กิจกรรมร่วมกับครูบาอาจารย์หลายกิจกรรม ทั้งนี้เพราะครู คือ ต้นแบบแห่งความรู้คู่ คุณธรรมของศิษย์ หากครูมีความรู้ ความสามารถ คุณธรรม อุดมการณ์ และกำลังใจในการสอนศีลธรรมมากเพียงใด นั่นหมายถึงความสำเร็จของการสร้างคนให้เป็นคนดีมากเพียงนั้น ด้วยเหตุนี้ชมรมพุทธศาสตร์- สากลฯ จึงได้จัดให้มีโครงการส่งเสริมศีลธรรมระดับครูอาจารย์ อาทิ การสอบทางก้าวหน้าŽ รอบครูอาจารย์ การสัมมนาครูอาจารย์ การปฏิบัติธรรมครู เป็นต้น

3.กิจกรรมหนึ่งของชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ ที่กำลังขยายไปทั่วประเทศ โดยมีเยาวชนเป็นผู้นำกิจกรรมก็คือ โครงการบ้านแสงสว่างŽ ได้เริ่มขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนนำความรู้จากภาคทฤษฎี มาปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น มุ่งเน้นให้เยาวชนของชาติได้เรียนรู้ต้นแบบที่ดีจากคุณพ่อ คุณแม่ และคนรอบข้างด้วยตนเอง แล้วนำมาบันทึกในสมุดบันทึกความดี

สมุดบันทึกความดี คือ สื่อกลางที่จะเชื่อมโยงสายสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ในโรงเรียนให้มีความรัก ความเข้าใจ และความอบอุ่นมากยิ่งขึ้น ซึ่งหมายถึงภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดที่จะช่วยประคับประคองเยาวชนของชาติให้เติบโตอย่างปลอดภัย และเป็นแบบอย่างที่ดีงามให้แก่อนุชนรุ่นหลังสืบ

4.โครงการอบรมศีลธรรมนักเรียน นิสิต นักศึกษา เพื่อความเหมาะสมกับวัย และความต้องการ ของเยาวชน จึงได้จัดโครงการในรูปแบบต่างๆ เน้นธรรมะขั้นพื้นฐานกับการนั่งสมาธิพัฒนาจิตใจ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน อาทิ โครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำเยาวชนต้นแบบ Moral Youth Training Program สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาได้รู้จักการทำงานเป็นทีม มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถสร้างกลุ่มเยาวชนต้นแบบในสถานศึกษาของตนได้ หลังการอบรมจะมีการติดตามและให้ คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง

5.โครงการพัฒนาศักยภาพเพื่อความเป็นผู้นำ Leadership Training Program สำหรับนิสิตนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา จะได้เรียนรู้ศิลปะของการเป็นผู้นำ เช่น เทคนิคการจูงใจคน การพัฒนาบุคลิกภาพ การสร้างมนุษยสัมพันธ์ ฯลฯ และสามารถพัฒนาศักยภาพที่มีอยู่ในตนเองออกมาใช้ในทางสร้างสรรค์อย่างเต็มที่

6. โครงการเรียนรู้สมาธิกับธรรมชาติ Natural Meditation Camp สำหรับนิสิตนักศึกษา จัดขึ้นตามช่วงเวลาที่เหมาะสมตลอดทั้งปี มีการฝึกปฏิบัติสมาธิอย่างง่ายๆ พร้อมกับกิจกรรมสันทนาการ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งธรรมชาติสำหรับการพักผ่อนใจอย่างแท้จริง

3.3 ชมรมพุทธศาสตร์ในสถาบันการศึกษา

ปัจจุบัน ตามโรงเรียน วิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยต่างๆ จะมีชมรมพุทธศาสตร์หรือชมรมที่มีกิจกรรมทางธรรมะอยู่หลายแห่ง ในการตั้งชมรมขึ้นมานั้น มีขั้นตอนและการจะดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อการทำหน้าที่กัลยาณมิตรในสถาบันนั้นๆ ทั้งในลักษณะการทำงานภายในสถาบันและร่วมมือกับองค์กรหรือเครือข่ายนอกสถาบัน

ความรู้ทั่วไปเรื่องการตั้งชมรม

เพื่อเป็นแนวทางในการตั้งชมรม บางสถาบันการศึกษา หรือบางมหาวิทยาลัยได้มีข้อกำหนดเพื่อการจัดตั้งชมรม เช่น

1.การริเริ่มจัดตั้งชมรมให้ทำได้โดยนิสิตนักศึกษาจำนวนไม่น้อยกว่า 50 คน และมาจากคณะต่างๆ ไม่น้อยกว่า 4 คณะ คณะละไม่น้อยกว่า 5 คน เข้าชื่อกันและเสนอเพื่อขอความเห็นชอบต่อสภานิสิตนักศึกษา ผ่านองค์การนิสิตนักศึกษา โดยมีรายละเอียดดังนี้

1) ชื่อชมรม

2) วัตถุประสงค์

3) ระเบียบหรือข้อบังคับของชมรม

4) ตราสัญลักษณ์ของชมรม

5) หน่วยงานของชมรม

6) รายชื่อสมาชิกชมรม

เมื่อสภานิสิตนักศึกษาให้ความเห็นชอบแล้ว สภานิสิตนักศึกษาจะนำเรื่องเสนอต่อรองอธิการบดีประกาศตั้งชมรมนั้นๆ ต่อไป

2.ชมรมที่จัดตั้งขึ้นตามข้อ 1 จะต้องสังกัดอยู่ในฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งดังนี้

1) ฝ่ายส่งเสริมวิชาการ

2) ฝ่ายส่งเสริมบุคลิกภาพและกีฬา

3) ฝ่ายส่งเสริมจริยธรรมและศิลปวัฒนธรรม

4) ฝ่ายบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และกิจกรรมเพื่อสังคม

3.ในแต่ละชมรมให้มีคณะกรรมการชมรมไม่น้อยกว่า 6 คน คณะกรรมการชมรมประกอบด้วย

1) ประธานชมรม

2) รองประธานชมรม

3) เลขานุการ

4) เหรัญญิก

5) สวัสดิการ

6) กรรมการตำแหน่งอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการชมรมเห็นสมควร ซึ่งจะต้องเป็นนิสิตจากคณะต่างๆ อย่างน้อย 3 คณะ

4.ชมรมอาจเลิกหรือถูกยุบเลิกได้ในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้

1) เป็นไปตามข้อบังคับข้อ 1 ข้อ 2 และข้อ 3

2) ไม่มีกิจกรรมหรือมีกิจกรรมที่ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของชมรม

3) องค์การนิสิตนำเสนอให้สภานิสิตพิจารณาลงมติยุบเลิกด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด แล้วเสนอให้รองอธิการบดีประกาศยุบเลิก

การจัดตั้งชมรม

ในการตั้งชมรมทางพระพุทธศาสนานั้น ในที่นี้ขอยกตัวอย่างวัตถุประสงค์การตั้งชมรมของชมรมพุทธศาสตร์และประเพณี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ดังนี้

วัตถุประสงค์ของชมรม

1.เพื่อเผยแผ่ธรรมะแห่งพระพุทธศาสนาไปสู่นักศึกษา ข้าราชการ คณาจารย์ของสถาบันฯตลอดจนผู้สนใจโดยทั่วไป

2.เพื่อเป็นการเผยแผ่ประเพณีไทยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ

3.เพื่อเป็นการเปิดหนทางแห่งพระพุทธศาสนาให้กว้างขึ้น เพื่อให้บุคคลทั่วไป หันมาสนใจพระพุทธศาสนามากขึ้น โดยไม่เลือกสายและไม่เลือกสำนักเฉพาะเจาะจง

4.เพื่อเป็นศูนย์กลางแห่งหนึ่งในการใช้พระพุทธศาสนาพัฒนาประเทศ

5.เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแผ่ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและแก้ไขความเข้าใจที่ผิดของคนทั่วไปที่มีต่อพระพุทธศาสนา

6.เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการไม่สนับสนุนในการกระทำที่เข้าข่ายพุทธพิสดารและพุทธพาณิชย์ (การใช้พระพุทธศาสนาเพื่อหาประโยชน์เข้าตัวเองในทางที่มิชอบ)

นโยบายชมรม

1.เน้นให้สมาชิกเรียนรู้ เข้าใจ แนวทางที่แท้จริงของวิถีพุทธศาสนา

2.มีการเผยแผ่ความรู้อย่างถูกต้องในพระพุทธศาสนาและธรรมะในทุกๆ แบบที่ตรงตามอริยมรรค

3.สร้างทีมงานที่มีประสิทธิภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ ส่งเสริมให้มีความรู้ทั้งทางธรรมควบคู่ทางโลก

4.สร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างสมาชิกในชมรมให้อบอุ่น ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

นอกจากนี้ คณะกรรมการของชมรมจะต้องมีความรักในการฝึกฝนตนเอง เพื่อเป็นแบบอย่าง แก่สมาชิกและบุคคลอื่น ซึ่งผู้เป็นคณะกรรมการชมรม ถือว่าเป็นผู้เสียสละเพราะแม้จะทำหน้าที่ ในการเผยแผ่ธรรมะไปยังเพื่อนนิสิตนักศึกษาแล้ว จะต้องไม่ลืมที่จะให้เวลากับตนเองที่จะฝึกฝนและแก้ไข ข้อบกพร่องของตนเอง ให้เป็นผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรม เป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาแก่เพื่อนนิสิตนักศึกษา เป็นที่เมตตา และเชื่อถือจากอาจารย์ และบุคคลอื่นๆ ซึ่งชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ ได้ให้คำแนะนำแนวปฏิบัติตัว ของกรรมการชมรม โดยสังเขปดังนี้

แนวปฏิบัติของกรรมการชมรม

1.รักษาศีล 5 เป็นปกติ และใน 1 สัปดาห์ จะต้องรักษาศีล 8 อย่างน้อย 1 วัน หรืออาจจะถือศีล 8 เป็นปกติ เพื่อความมั่นคงเข้มแข็งในการทำหน้าที่กรรมการชมรม

2.ฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้มีวินัย ทั้งในเรื่องของเวลาและความสะอาด เช่น ตรงต่อเวลาในการสวดมนต์ทำวัตร เมื่อเลิกประชุมแล้ว ต้องช่วยกันทำความสะอาดห้องชมรม เป็นต้น

3.มีความเคารพกันตามอาวุโส

4.มีความอดทนต่อความลำบาก อดทนต่อทุกขเวทนา อดทนต่อการกระทบกระทั่ง และอดทนต่อความยั่วเย้าของกิเลส

5.ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตต่อตนเองและหมู่คณะ

6.ระมัดระวังในการใช้จ่ายงบประมาณ

7.ถนอมดูแล และระมัดระวังสมบัติพระพุทธศาสนา

8.แต่งกายสุภาพเรียบร้อย ถูกกาลเทศะ สะอาดตาสะอาดใจ

9.เว้นจากอบายมุขต่างๆ เช่น ไม่เล่นการพนัน ไม่สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ฯลฯ

10.เว้นจากการกระทำสิ่งที่ผู้อื่นติเตียนได้ ฯลฯ

กิจกรรมของชมรม

1.การสวดมนต์ทำวัตร ต้องทำอย่างต่อเนื่อง

2.ทบทวนศีล (อาราธนาศีล) ทุกวัน

3.นิมนต์พระมาแสดงธรรมเทศนา ตามโอกาสอันควร

4.ไปฟังเทศน์ หรือฝึกสมาธิที่วัดอย่างสม่ำเสมอ

5.ให้พยายามประสานงานและร่วมมือกับชมรมอื่นๆ ในเรื่องศาสนพิธี

6.อย่าให้ขาดเรื่องการไหว้ครู ถือเป็นหัวใจสำคัญของกิจกรรม

7.วันสำคัญทางศาสนาต้องไปวัด

8.วันสำคัญทางประเพณี เช่น วันขึ้นปีใหม่ วันสงกรานต์ วันแม่ วันครู ให้จัดเตรียมสิ่งของแสดงความเคารพบูชา

df303/3.txt · แก้ไขครั้งล่าสุด: 2015/03/15 16:55 (แก้ไขภายนอก)
 
เว้นแต่จะได้แจ้งไว้เป็นอื่นใด เนื้อหาบนวิกินี้ถูกกำหนดสิทธิ์ไว้ภายใต้สัญญาอนุญาติต่อไปนี้: CC Attribution-Noncommercial 3.0 Unported
Recent changes RSS feed Donate Powered by PHP Valid XHTML 1.0 Valid CSS Driven by DokuWiki